จับคอตีเข่าฉบับย่อ ส่อง 5 คู่แข่งขันในงาน THAIFEX 2016

เริ่มแล้วงาน THAIFEX 2016 World of Foods Asia ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี มีบูธเกี่ยวกับอาหารมากันมากมาย

นอกจากจะมีสินค้าอาหารจัดแสดงแล้ว ยังเป็นงานแสดงนวัตกรรมเกี่ยวกับอาหาร ทีผมมากี่ปีก็ไม่เคยเบื่อ

เพราะนอกจากได้ชิมอาหารอย่างจุใจแล้ว ในบางบูธได้พบกับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่ใช้เกี่ยวกับอาหาร ภายใต้แนวคิดของปีนี้ “Experience the Best in Asia”

มีบริษัทอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำทั้งไทยและต่างประเทศที่มากันกว่า 4600 บูธ ให้เลือก ชิม ช็อป กันเต็มที่อย่างจุใจเลยทีเดียว

สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าจะเดินไปที่บูธไหน, ผมได้จับคู่บูธเด็ดที่มีสินค้าใกล้เคียงกัน 10 บูธ 5 คู่ ในงาน THAIFEX 2016 ที่ต้องไปโดนมาแนะนำกันครับ

– 1. ขนม Character ญี่ปุ่น ปะทะ คิทแคท –

ประเดิมกันด้วยสินค้าหนึ่งในไฮไลท์ของงาน ที่สาว ๆ ต้องมาช็อปในปีนี้ คือ บูธขนมและของฝากจากญี่ปุ่น ที่ใครได้เดินผ่านต้องมีแวะอย่างแน่นนอน

thaifex-2016-photo-01

CHAMPS, ที่มองเห็นเด่นสะดุดตาด้วยภาพ Hello Kitty มุ้งมิ้งหวานแหวว ขนาดใหญ่มองเห็นแต่ไกล

ภายในบูธอัดแน่นเต็มไปด้วย สินค้าแนว Candy Toy และ ขนม จากคาแรคเตอร์เด่น ๆ อย่าง Hello Kitty / Snoopy / Crayon Shin-Chan / หมีขี้เกียจ Rilakkuma และ ไข่ตูด Gudetama

ใครที่โคตรชอบคิตตี้ โปรดระวังจะตัวเบาก่อนเดินไปบูธถัดไป

หนึ่งใน item ที่แทบจะติดมือผมออกมาจากบูทนี้ คือ พุดดิ้ง Gudetama, ที่แค่ ผสมกับนม เข้าไมโครเวฟ เทลงพิมพ์ แล้วแช่ตู้เย็น จบปิ๊งก็จะได้ พุดดิ้ง ไข่ตูดขี้เกียจ ออกมาหนึ่งตัว !

thaifex-2016-photo-02

Cute Product Plus, สะดุดตาด้านนอกด้วยตู้ Display ขนม คาแรคเตอร์จากฝั่งตะวันตก Disney และ Pixar

สำหรับสาว ๆ ที่ชอบ คิทแคทเป็นชีวิตจิตใจ ประหนึ่ง “มีความคิทแคท” ซ่อนอยู่ในกายหยาบ หรือ หนุ่มอยากซื้อขนมไปฝากสาว

จงมาที่บูธนี้ ! มีคิทแคทบินตรงจากญี่ปุ่น ที่มีโปรโมชั่นดีงามมาก “ซื้อ 1 แถม 1” ที่ สาวกคิทแคท ควรมาแสวงบุญซื้อกลับไปติดบ้าน

– 2. Kato ปะทะ Sappe –

thaifex-2016-photo-03

Kato, ออกแบบบูธแนวสีสันสดใสน่ารัก พร้อมภาพผลไม้แขวนประดับบูธ ที่้เด็ก ๆ เดินผ่านต้องสะดุดแวะ

สำหรับ สินค้าที่ในบูธเน้นไปทางน้ำผลไม้ผสมวุ้นมะพร้าว กับ น้ำผลไม้ และเย็นชื่นใจไปกับ น้ำผลไม้กาโตะเย็น ๆ ในเครื่องปั่น

thaifex-2016-photo-04

Sappe, การตกแต่งบูธมองแล้วค่อนข้างดูดีเลยทีเดียว แถมวางสินค้าได้คุ้มกับพื้นที่ภายในบูธ

โดยมีเครื่องดื่มที่ผมลองชิมแล้วค่อนข้างสะดุด ก็คือ Juice Me น้ำสับปะรด ใส่เนื้อสับปะรด เป็นไอเดียที่ดี เพราะนอกจากได้ดื่มน้ำให้ชื่นใจแล้ว ยังมีเนื้อสับปะรดแท้ให้เคี้ยวเพลิน ๆ อีกด้วย

– 3. Dilmah ปะทะ Boon Rawd Farm –

thaifex-2016-photo-05

Dilmah, ด้วยบูธที่ตกแต่งเรียบ ๆ ดูหรู ใครอยากเห็นกาที่ร้อนเร็วที่สุดในโลก Samovar ที่นี่มีกาเป็น ๆ ให้เห็น

สำหรับใครที่ชอบชาแบบเข้ม ๆ ในแบบชาซีลอน ในปีนี้ มีชา raspberry เย็น ๆ มาให้ลอง จิบแล้วเย็นชื่นใจ เพิ่มความสดชื่น ลดความเหนื่อยจากการเดินภายงาน ที่ต้องลองมาชิมแล้วจะรู้

thaifex-2016-photo-08

Boon Rawd Farm, ที่อยู่ไม่ไกลนัก กับบูธที่ตกแต่ง 2 สไตล์ แบบญี่ปุ่นเรียบ ๆ และ โทนอบอุ่นแบบอยู่ในโรงฟาร์ม

สำหรับใครชอบเขียวญี่ปุ่นแท้ ไม่ควรพลาดที่บูธนี้ เพราะจะได้ชิม ผลิตภัณฑ์จากชาเขียว ที่ได้มาตรฐานการผลิตจากญี่ปุ่น อย่าง น้ำชาเขียวชงเย็น และ ชาเขียวลาเต้

สำหรับ “item เหมาะกับหน้าร้อน” อย่าง ไอศครีมชาเขียว และ ไอศครีมเสาวรส แนะนำพิกัดที่ บูธของ Singha ที่ได้ชิมเมื่อไหร่มีติดใจแน่นอน

– 4. อาหารสดจากทะเลไทย ปะทะ ปลาแซลมอนเนื้อสีส้ม –

thaifex-2016-photo-06

Viya Crab, เอาเป็นว่ายก กุ้ง หอย ปู ปลา สด ๆ จากทะเลไทยมาตั้งไว้กลางงาน ควรค่าแก่การรอคอยเนื่องจากคนรอจนแน่น

จะนึ่ง ทอด กินสด ก็อร่อยในพริบตา ทั้ง หอยนางรมตัวเท่าฝ่ามือ ปลากระพง ล๊อบสเตอร์ หรือ แม้กระทั่ง ปูทะเลมีไข่มัน ๆ แน่นท้อง

thaifex-2016-photo-08

KS SEASTAR, คนรักปลาแซลมอน ต้องไม่พลาด, บูธอยู่หลัง Viya Crab เป็นคู่ที่ดี รอของอีกร้านก็วนมาซื้ออีกร้านได้ทันที

มีทั้ง Smoke Salmon แบบรมควัน และ Freash Salmon แบบสด ให้เลือกชิม และ เลือกซื้อ กันจุใจในราคาสบายกระเป๋า

เนื่องจากทั้ง 2 บูธนี้คนแน่นทั้งคู่ แถมอร่อยกันคนละแบบ ควรค่าแก่การฝ่าฝูงชนผู้หลงใหลในอาหารทะเล แนะว่าควรมาแต่เนิ่น ๆ

– 5. ช้าง Thaibev ชน สิงห์ Singha Corporation –

สำหรับคู่สุดท้าย Dream Matching ของงาน THAIFEX 2016 อาจจะไม่ต้องบรรยายมาก ชมภาพกันครับ -.-/

กริบ …

thaifex-2016-photo-09

thaifex-2016-photo-10

thaifex-2016-photo-11

แน่น …

thaifex-2016-photo-singha

thaifex-2016-photo-singha-02

thaifex-2016-photo-singha-03

ยังมีบูธจำนวนมากน่าเดิน ในงาน THAIFEX 2016 ลองมาเดินในงานอาจจะพบบูธที่คุณชอบสักบูธ

สำหรับใครที่ไม่รู้ว่าเดินทางมายังไง, จัดที่เดิม อิมแพ็ค เมืองทองธานี เปิดให้เดิม ชิม ช็อป กันทั้งวันมากถึง 2 ฮอลล์ด้วยกัน คือ ฝั่งชาเลนเจอร์ฮอล์ และ ฝั่ง IEC Hall

โดยงานจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง, ช่วงแรกสำหรับเจรจาธุรกิจ จัดระหว่างวันที่ 25-27 พฤษภาคม 2559 เวลา 10.00 – 18.00 น.

และ ช่วงที่สองคือวันจำหน่ายปลีก สำหรับประชาชนทั่วไป ระหว่างวันที่ 28-29 พฤษภาคม 2559 เวลา 10.00 – 20.00 น.

อร่อยคุ้มจมเขี้ยว Star Chefs ต้นตำรับซูชิหน้าล้นเมืองไทย ที่ต้องได้ลอง

ท่ามกลางอากาศร้อนของฤดูร้อน อยากหาอะไรที่ง่าย ๆ เน้นอร่อยฟินแบบจมเขี้ยว ที่ไม่ต้องอิ่มจนถึงต้องกลิ้งตัวกลมออกจากร้าน

ซูชิหน้าล้น จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะว่าผมเล็งไว้ว่าต้องมากินให้ได้สักครั้ง ตั้งแต่เมื่อต้นปี จากภาพยั่วต่อมหิวใน FB Page ของร้าน Star Chefs Maki Champion

ซูชิหน้าล้น

ที่ก่อนหน้านี้ เคยรีวิว มากิซูชิ 12 คำ 12 สไตล์ Shinkansen Maki ใน Blog นี้มาแล้ว

ครั้งนี้มาจัดเต็มที่ ซูชิหน้าล้น ร้าน Star Chefs Maki Champion สาขา The nine พระราม 9 เป็นสาขาที่สะดวก สำหรับใครที่เดินทางด้วย Airport Rail Link

จากสถานีหัวหมาก / A4 – Hua Mak sta., ต่อ Shuttle Bus รถตู้รับ-ส่ง The nine Rama 9 บริการฟรีทุกวัน ถึงเวลา 20.00 น.

ส่วนใครเดินทางสะดวกด้วย รถไฟฟ้า BTS และ MRT สามารถ ไปอร่อยที่สาขา Terminal 21 ได้เช่นกัน

ซูชิหน้าล้น Kobore Sushi こぼれ寿司

หากใครที่ไม่รู้จักซูชิหน้าล้น ที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า Kobore Sushi [こぼれ寿司] ว่ามันเป็น Sushi แบบไหน ?

คือ Sushi ที่มีเครื่องโปะเยอะ ๆ หรือไม่ก็ใช้ เครื่องชิ้นใหญ่ ๆ เป็นหน้าบนข้าว ซึ่งบางคำก็ดูใหญ่น่ากลัวเกินกว่าที่ปากจะงับได้หมดในคำเดียว

แต่ความพิเศษของ ซูชิหน้าล้น Star Chefs ต้นตำรับซูชิหน้าล้นร้านแรกเมืองไทย ดีกว่าในเรื่อง กล้าใช้วัตถุดิบหลากชนิดมาใช้ ที่เรียกได้ว่า ทั้ง พรีเมี่ยม และ ให้มาแบบไม่หวงเครื่อง

เป็นหน้าล้นในสไตล์แบบคนไทยชอบ ที่มีข้าวในคำที่พอดีไม่ใหญ่หรือมากจนเกินไป และมีหน้า ที่ให้มาอย่างจุใจ แต่พอดีคำ

จากการคิดสูตรโดยเชฟชาวญี่ปุ่น Yasuji Morizumi ที่ได้ชื่อว่าเป็น Michelin Star Chef ของญี่ปุ่น

Kobore Sushi

มีหน้าซูชิล้นในขณะนี้ให้เลือกมากกว่า 20 หน้า

ตั้งแต่ของง่าย ๆ อย่าง Ikura ไปจนถึงหน้าพรีเมี่ยม อย่าง ตับห่าน หรือ Foie Gras รวมถึง หน้าสไตล์ Fusion แนวของทอด อย่าง Unagi Cheese Tempura

สำหรับ 5 คำ ซูชิหน้าล้นของคุณ Mok ได้ลิ้มรสแล้วชอบมาก [ไม่เรียงลำดับความอร่อย] อยากแนะให้ได้ลอง

ซูชิหน้าล้น ปลาไหลย่างชีสเทมปุระ

– Unagi Cheese Tempura / ウナギチーズ天ぷら寿司 / ปลาไหลย่างชีสเทมปุระ –

เป็น Fusion แล้วออกมาดีงาม ความเป็นปลาไหลย่างยังอยู่เหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมด้วยความมันของชีส และความหวานของหอมใหญ่ทอดแทรกอยู่ในคำที่งับเข้าปาก

ซูชิหน้าล้น ปลาไหลย่าง

– Unagi / うなぎ寿司 / ปลาไหลย่าง –

หน้ายอดนิยมที่คอปลาไหลย่างไม่ควรพลาด ปลาไหลเป็นปลาไหล ชิ้นใหญ่ยาวสะใจ เนื้อนุ่มฉ่ำ แน่น หนังไม่เหนียว ซอสเข้าถึงเนื้อ

ซูชิหน้าล้น เบคอนรมควัน

– Bacon / ベーコン寿司 / เบคอนรมควัน –

คนรักเบคอนต้องได้ลอง เบคอนรมควัน มัน ๆ หอม ๆ นุ่ม ๆ รสอร่อย แผ่นโตพอดีคำวางบนข้าว ท็อปด้วย ผักดอง Fukujinzuke ช่วยตัดความมันของเบคอนได้เป็นอย่างดี

ซูชิหน้าล้น ชูโทโร่เบิร์นไฟ

– Chutoro Aburi / 中トロ炙り寿司 / ชูโทโร่เบิร์นไฟ –

กับส่วนท้องของ Tuna / Maguro ที่มีความมันไม่ด้อยกว่า Otoro วางบนข้าวซูชิพอดีคำ ท็อปด้วยซอสมาโย เป็นความอร่อยของมันปลาละลายในปาก ที่สายเบิร์น หรือ Aburi ห้ามพลาดที่ได้ลอง

ซูชิหน้าล้น ตับห่าน

– Foie Gras / フォアグラ寿司 / ตับห่าน –

ให้ตับห่านมาชิ้นใหญ่สะใจไม่หวงหน้า แบบบังมิดข้าว กลิ่นคาวน้อย เนื้อชุ่มฉ่ำ ในแบบที่คนรัก Foie Gras ควรได้มาลอง

star chefs kobore sushi lunch set

สำหรับใครที่อยากทาน ซูชิหน้าล้น แบบจัดชุดง่าย ๆ ก็สามารถสั่งได้ โดยแต่ละชุดมี Miso Soup ซดคล่องคอ แถมมาให้

หากมาในช่วงกลางวัน ก็คุ้มมากขึ้น มี Promotion สั่ง Kobore Sushi Lunch Set 4 ชุด จ่ายแค่ 3 ชุด

ช่วงเวลา เข้า 11 โมง ถึง บ่าย 2 โมงครึ่ง, จันทร์ ถึง ศุกร์ ตลอดเดือน May 2016 ที่ Star Chefs ทั้ง 2 สาขา The Nine และ Terminal 21

ใครเดินทางไปไม่ถูก สำหรับแผนที่ ร้าน Star Chefs สามารถจิ้มที่ชื่อสาขาด้านบนได้เลย

sashimi

หากใครที่ไม่อยากทาน Sushi หรือ Maki ก็มี Sashimi / Salad / Donburi หน้าต่าง ๆ หรือ แม้กระทั่ง Kare raisu ใน Menu ร้านอาหารญี่ปุ่น อร่อยคุ้ม Star Chefs Maki Champion ก็มีให้ลอง

ใครมองหา ซูชิหน้าล้น อร่อยคุ้ม, ลองมาชิมความอร่อยจมเขี้ยวแบบฟินล้น ๆ ที่ต้องได้มาลองเองสักครั้ง

เพราะ “ซูชิหน้าล้น ที่ดี ไม่ใช่แค่มีหน้าเยอะล้นข้าว แต่ต้องใส่ใจตั้งแต่เลือกวัตถุดิบ จนถึงความรู้สึกของผู้ที่ได้กินลงไป” :3

ของฝากท้าย blog, นอกจากซูชิหน้าล้น ใครที่ชอบเบียร์เย็นจัดระดับ Extra Cold ตอนนี้มีให้บริการแล้วทั้ง 2 สาขา แต่ถ้าอยากเห็นตู้แช่ตัวเป็น ๆ ไปเจอตู้จริงได้ที่สาขา The Nine Rama 9

Social Enterprise : ธุรกิจเพื่อสังคม สู่การสร้างการให้อย่างยั่งยืนที่ไม่สิ้นสุด

จากเรื่องราวของ Social Enterprise ในไทย ของ Blog ” Singha Park Social Enterprise : landmark เชียงราย สู่ กิจการเพื่อสังคม

ทำให้ได้รู้ว่า โซเชี่ยลเอ็นเตอร์ไพรส์ เป็นการเอา การทำธุรกิจที่ทำกำไร รวมกับ การให้เพื่อสังคม ในแบบที่ไม่ใช่ให้ครั้งเดียวแล้วจบ

แต่แปลว่าเป็น กิจการเพื่อสังคม ที่ช่วยทำให้ให้สังคมนั้นอยู่ได้ด้วยตัวเองอย่างยั่งยืน [Sustainable Development]

Social Enterprise ในไทย

ทำให้เกิดคำถามว่า บนโลกใบนี้มีกิจการเพื่อสังคมมากมาย มอบโอกาสให้กับ คนในชุมชน เกษตรกร กลุ่มแม่บ้าน

หรือแม้กระทั่ง คนพิการ ในฐานะ “คนในสังคมไม่เคยหลงผิด”

แล้วธุรกิจให้เปล่า ที่มอบโอกาสสำหรับ “คนที่เคยหลงผิดในชีวิต” เคยมีอยู่มุมไหนบนโลกหรือเปล่า ?

Social Enterprise Freedom Bakery

Freedom Bakery : ร้านอบขนมในคุกชุบชีวิตใหม่ให้ผู้หลงผิด

Matt Fountain ผู้ก่อตั้ง รับแรงบันดาลใจจาก รีวิวอาหาร ใน The Telegraph เกี่ยวกับร้านเบเกอรี่ จาก San Patrignano พลิกชีวิต กลุ่มคนติดยา มาเป็น คนทำขนม

จากแรงบันดาลใจ สู่การคิดแล้วต้องทำ

ถือได้ว่าเป็น Social Enterprise แห่งแรก ที่เกิดภายใน “คุก” ของ The Scotland ที่ HMP Low Moss

เป็น Local Community ทำเบเกอรี่ข้างในคุก ก่อตั้งในปี 2015

[คล้าย ราชทัณฑ์ ของไทย ที่ให้โอกาส คนหลงผิด ได้มีโอกาสสร้างงาน สร้างรายได้ ด้วยการทำเฟอร์นิเจอร์]

ให้ผู้ที่หลงทางเคยทำผิด ได้มีความรับผิดชอบ และรู้สึกถึงการเป็นส่วนหนึ่งของ เบเกอรี่ที่อบความอุ่นด้วยขนม แห่งนี้

Social Enterprise

เพราะคำว่า Freedom ของร้านอบขนมแห่งนี้ คือ

“ความอิสระ” จากวงจรการกลับมาหลงผิดซ้ำ อย่างยั่งยืน ด้วยการใช้สองมือ แรงกาย และแรงใจ อบขนมให้อร่อย

สอนวิธี และทักษะการทำขนม รวมถึงลงทุนวัตถุดิบแบบให้เปล่า แล้วยังหาตลาด ขายให้กับร้านขายปลีก รวมถึงบุคคลทั่วไป

ช่วยสร้างอาชีพ รวมถึงโอกาสใหม่ในชีวิตหลังพ้นโทษ โดยมีทักษะอาชีพติดตัวคือ นักทำขนม ที่ช่วยให้ชีวิต ดีขึ้น

Strawberry ผลผลิตจาก กิจการเพื่อสังคม สิงห์ปาร์ค เชียงราย

กลับมามองสิ่งที่เรียกว่า Social Enterprise ในประเทศไทย

การทำกิจการเพื่อสังคมในแบบ People Centered เพื่อให้เกิด Sustainability ความยั่งยืนในอาชีพ และ เกิดการสร้างโอกาส

สิงห์ปาร์คเชียงราย Singha Park Chiangrai คือ A Social Enterprise กิจการเพื่อสังคม ประสบความสำเร็จในไทย

พลิกจากผืนไร่ธรรมดา กลายเป็น Landmark เชียงราย ที่ไม่ว่าใครก็ต้องแวะมา เพราะไม่ว่าใครก็ตามเข้าชมข้างในได้ฟรี

มีการทดลองปลูกพืชเมืองหนาว และพืชสายพันธุ์ต่าง ๆ เพื่อเป็น Knowhow แหล่งเรียนรู้สร้างอาชีพ รวมถึงการจ้างงานจากชาวบ้านในชุมชนรอบ ๆ และใกล้เคียง ในแบบให้เปล่า

นอกจากให้โอกาสกับชาวบ้านในการมีอาชีพ รวมถึง ให้โอกาสกับบุคคลทั่วไปเข้ามาชม และร่วมกิจกรรมภายในฟาร์มแล้ว

Social Enterprise ในประเทศไทย

ล่าสุด สิงห์ปาร์ค เชียงราย ได้ให้โอกาสนักเรียนในโรงเรียนยากไร้ 8 โรงเรียน ในอำเภอต่าง ๆ ของเชียงราย

โดยการมอบทุนโครงการอาหารกลางวัน จากรายได้ค่า ฟาร์มทัวร์ ภายในฟาร์ม 50 บาท สู่อาหารกลางวันที่ยั่งยืนของนักเรียน

เพื่อให้น้องนักเรียนนำทุนที่ได้ มาปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ เพื่อนำมาประกอบเป็นอาหารกลางวันต่อไป

รอยยิ้มความสุขของคนไม่วันหมดไป ด้วยกิจการเพื่อสังคมที่เรียกว่า Social Enterprise ที่ให้ไม่สิ้นสุดอย่างยั่งยืน

สิงห์ปาร์ค เชียงราย Social Enterprise ในประเทศไทย

สำหรับ Social Enterprise ในไทย, โครงการ Singha Park Chiangrai A Social Enterprise เป็นตัวอย่างที่ดีของ Social Enterprise in Thailand ที่สามารถเห็น และ สัมผัสได้

ในเรื่องส่งเสริมการเกษตร ท่องเที่ยว รวมถึงสนับสนุนการศึกษา ซึ่งเป็นการให้เปล่าอย่างไม่มีสิ้นสุด ที่ทำด้วยจากใจอย่างแท้จริง

อยากเป็นนักแข่งเรือเร็วฟอร์มูล่า 4 ต้องรู้ อะไร คือ Immersion Testing

ก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับ Immersion Testing คืออะไร ทำไมเกี่ยวกับ เรือเร็วฟอร์มูล่า 4

หลายคนที่ไม่รู้จัก อาจมีคำถามในใจว่า เรือเร็วฟอร์มูล่า 4 [F4 / Formula 4 Powerboat] คืออะไร ?

คือเรือ Tunnell Hull Catamarans ที่มีขนาดเล็กกว่า F1 Powerboat ตัวเรือทำจาก Carbon fiber และ Kevlar

ที่ถูกออกแบบมาเพื่อทำการแข่งขันความเร็วสูง ในสนามแข่งที่มีสภาพผิวน้ำเรียบ และ คลื่นลมสงบ

formula 4 powerboat

ใช้เครื่องยนต์เฉพาะ Mercury 60 EFI Racing 4 stroke [เลข 4 ใน Formula 4 มาจาก เครื่องยนต์เป็นชนิด 4 stroke]

การแข่งครั้งแรกเริ่มขึ้นในปี 2005 ในกลุ่มประเทศ Scandinavian [Sweden , Norway และ Denmark]

สำหรับใครที่อยากทราบถึงประวัติเต็ม ๆ สามารถอ่านเพิ่มได้ที่ blog นี้ เรือเร็วฟอร์มูล่า 4 F4 Powerboat racing Classes มีความเป็นมายังไง

อาจยังเป็นเรื่องใหม่สำหรับกีฬาทางน้ำของไทย เพราะเพิ่งมีมาให้คนไทยได้รู้จักและเห็นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ ในการแข่งขัน กีฬาทางน้ำรายการใหญ่ ๆ ของไทยที่ผ่านมา

พอดีกับวันที่ผมต้องฝ่ารถติดสุดนรก ไปทำธุระที่ Siam Paragon แล้วแวะนั่งหายเหนื่อยสบาย ๆ ที่ SCB First Lounge

เรือเร็วฟอร์มูล่า 4

ได้เดินผ่านไปเจองานโปรโมทกีฬาแข่งเรือ มีโชว์เรือสวย ๆ ทั้ง เรือ Formula 1 , เรือ Formula , 4 Aquabike รวมถึง เรือหางยาวสวย ๆ ฝีมือคนไทยที่น่าภาคภูมิใจ นำมาจัดแสดง

เพราะ ความเร็วมักคู่กับผู้ชาย, ในวินาทีนั้นตัวผมเหมือนกับเด็กผู้ชายซน ๆ ได้เจอของเล่นถูกใจ แต่ราคาเกินเอื้อมซื้อมาเล่น

ก็เลยกลับมา googling ด้วยความอยากรู้ว่า ถ้าอยากเป็นนักแข่งเรือ Formula 4 Powerboat จะต้องผ่านการทดสอบอะไรบ้าง นอกจากมีร่างกาย และจิตใจที่พร้อม รวมถึงการฝึกอย่างหนัก

UIM Immersion Test formula 4 powerboat rule

– Immersion Test คืออะไร ? –

เป็นการฝึกทดสอบการเอาตัวรอดจากห้องขับในกรณีเกิดอุบัติเหตุจากการแข่งขัน ตามมาตรฐานความปลอดภัยของสมาพันธ์เรือเร็วนานาชาติ [U.I.M.]

ห้องขับ [Cockpit] ที่ใช้ฝึกได้รับการออกแบบมาให้มีขนาดพอดีตัวนักแข่ง

โดยนักแข่งจะถูกยึดด้วย safety belt harness ล็อค 5 จุดติดกับเบาะ เพื่อป้องกันการถูกเหวี่ยงขณะเข้าโค้งที่ความเร็วสูงที่เกิดจากแรงหนีศูนย์

พวงมาลัยจึงต้องยื่นออกมาใกล้ตัวนักแข่งเพื่อให้บังคับเรือได้ขณะที่ตัวนักแข่งถูกยึดติดกับเบาะ และบนพวงมาลัยยังจะมีปุ่มบังคับอย่างอื่นด้วย

ทำให้ลักษณะการวางแขนของนักแข่งจะไม่ยืดออกจาก หรือใกล้กับตำแหน่งหน้าอกมาก

TPBA Immersion Test formula 4 powerboat

เมื่อเกิดอุบัติเหตุเรือพลิกคว่ำ นักแข่งจะต้องมีสติและปฏิบัติตามขั้นตอนตาม immersion test เพื่อช่วยเหลือตัวเองออกมาจากcockpit

โดยมีอุปสรรคคือ ตัวนักแข่งถูกยึดติดด้วย safety belt 5 จุด และพวกมาลัยที่อยู่ในตำแหน่งที่อาจจะเป็นอุปสรรคต่อการนำตัวเองออกจาก cockpit

TPBA อุปกรณ์สวมใส่ที่ใช้กับผู้ทดสอบ Immersion Test formula 4 powerboat

– อุปกรณ์สวมใส่ที่ใช้กับผู้ทดสอบ Immersion Test –

ในการทดสอบที่ปลอดภัย ผู้ทดสอบจะต้องสวมใส่ ƒหมวกกันน็อค และ Life jacket ตลอดระยะเวลาการทดสอบ

TPBA การทดสอบ Immersion Test

– ขั้นตอนที่จะต้องปฏิบัติในการทดสอบ Immersion Test –

ขั้นแรก การปลด Canopy strap จะมีอยู่ 2 ส่วน
1) ภายใน cockpit โดยจะอยู่ด้านข้างใกล้กับหัวไหล่ของตัวนักแข่ง เพื่อให้นักแข่งดึงออกได้ง่าย

2) ภายนอก cockpit ด้านหัวเรือ ในกรณีที่นักแข่งช่วยเหลือตัวเองไม่ได้หรือหมดสติ rescue team ที่ผ่านการฝึกมาแล้ว จะต้องเข้าไปช่วยดึงตัวนักแข่งออกจาก cockpit ให้เร็วที่สุด

โดยจะต้องปลดล๊อค canopy โดยดึง strap ที่อยู่ภายนอกด้านหัวเรือนี้ เพื่อถอด canopy ออก แล้วปฏิบัติตามขั้นตอนการช่วยเหลือ immersion test ต่อไป

ขั้นที่2 ถอดพวงมาลัยบังคับออก เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการเอาตัวรอดออกจากห้องบังคับเรือ

ขั้นที่3 ปลด seat belt harness

ขั้นสุดท้าย ใช้มือดันฝาครอบ canopy ออก แล้วว่ายตัวเองออกมาพ้นจากห้องขับ ขึ้นสู่ผิวน้ำ

โดยสามารถชมตัวอย่างการทดสอบ ได้จาก clip ของ สมาคมกีฬาเรือเร็วแห่งประเทศไทย ข้างล่างนี้

หลังจากที่ได้รู้จักกับ Immersion Test กันไปแล้ว, ใครที่อยากรู้จัก กับ เรือเร็วฟอร์มูล่า 4 หรือ Formula 4 F4 Powerboat ให้มากขึ้น

ปีนี้ สมาคมกีฬาเรือเร็วแห่งประเทศไทย ได้ร่วมกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย และ บริษัทสิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด ได้จัดรายการแข่งขัน การแข่งขันเรือเร็วฟอร์มูล่า 4 และ การแข่งขันเรือเร็วไทย ระดับสากลขึ้นครั้งแรก ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในไทย

สามารถติดตาม ได้ที่ fb.com/ThailandPowerboatAssociation/

7 เหตุผล ทำไมต้องไปเทศกาลชมดอกซากุระในญี่ปุ่น

ตอนที่เขียน blog นี้ ดอกซากุระหลายจุดในญี่ปุ่นเริ่มบานแล้ว

และสิ่งที่ดึงดูดผู้คนทั่วโลกบินไปญี่ปุ่นในช่วงนี้ก็คือ การไปชมซากุระ ใน เทศกาลชมดอกซากุระ ที่เรียก O hanami หรือ ที่คุ้นสุดว่า Hanami [お花見]

ที่เป็นสิ่งที่บ่งบอกถึง การเพาะปลูกในญี่ปุ่นสามารถเริ่มได้แล้ว

โดยคำว่า Hana [花 / ハナ] แปลว่า ดอกไม้ และ Hanami คือ การชมดอกไม้

ดอกซากุระ

อีกประมาณ 2 week, เป็นครั้งแรกที่ผมจะได้ไป Hanami ใต้ต้นที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า Sakura [桜 / さくら] ที่ Tokyo

อยากได้เห็น ดอกซากุระของจริง สักครั้งในชีวิต ที่มากกว่า ภาพลายเส้นที่ปรากฏอยู่บนเหรียญ 1 เยน

และในฉากของ Anime , Manga หรือแม้กระทั่งในเกม Tokimeki Memorial กับฉากหนุ่มสาว ม.ปลาย บอกรักใต้ต้นซากุระ

หรือ แม้แต่พิธีจบการศึกษา ที่ชายหนุ่มมอบกระดุมให้กับหญิงสาวคนรักเก็บไว้แทนใจ แล้วมีกลีบซากุระปลิวตามสายลม

ความจริงแล้ว ดอกซากุระ คือ ดอกของต้นเชอรี่ [Cherry Blossom] ที่ออกดอกในช่วงฤดูใบไม้ผลิ ก่อนจะกลายเป็นผลซากุระในหน้าร้อนของญี่ปุ่น

หากใครอยากบินไปเห็นผลของซากุระจริง ๆ สักครั้ง ก็หน้าร้อนญี่ปุ่น อยู่ประมาณหน้าฝนของไทย ช่วง มิ.ย. – ก.ย. ของทุกปี

ใครลังเล หรือ ไม่รู้เหตุผลว่า ทำไมต้องไปเทศกาลชมดอกซากุระในญี่ปุ่น อาจมีสักข้อข้างล่างนี้ ทำให้อยากแพ็คกระเป๋าแล้วบินมา

ตั๋วเครื่องบินราคาถูก ประหยัด

– 1. ไม่ตรงกับเทศกาลสงกรานต์ของไทย –

เป็นข้อดี ที่ไม่ต้องซื้อตั๋วเครื่องบินแพงมหาศาล ด้วยข้ออ้างของผู้ขายไม่ว่าซื้อตรงหรือผ่านตัวแทนว่า “มันอยู่ในช่วงเทศกาล”

สามารถหาตั๋วเครื่องบินราคาประหยัดสุดคุ้ม บินในแบบ Full Service ได้จากในงาน TITF จัดในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ ที่ QSNCC – ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

หรือ ตั๋วราคาสบายกระเป๋าไม่กี่พันบาท จากโปรโมชั่นในขณะนั้น

และหลังจากบินกลับ ก็ยังสามารถมาเที่ยวสงกรานต์ต่อได้อีก

– 2. คนไทย ได้รับ Free Visa จากญี่ปุ่น –

ขณะที่เขียน Blog นี้ [Mar. 2016] ยังเข้าได้ฟรี และอยู่ได้ 15 วัน

หากอยากอยู่ชมซากุระ เที่ยวรอบญี่ปุ่น เต็ม 15 วัน แนะนำซื้อ JR PASS แบบ 14 วันจากไทยมาด้วย ถ้าวางแผนการเดินทางมาดี สามารถเที่ยวชมซากุระ เริ่มจาก Fukuoka

ไปจนถึง Hokkaido บ้านเกิดของ Farm Designs No.1 Hokkaido Cheese Cake มีสาขาในไทยมากกว่าที่ญี่ปุ่น

– 3. เที่ยวชมซากุระใน 1 วัน แบบประหยัดด้วย 1 Day Pass –

สำหรับใครที่ชอบ เที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเอง แบบประหยัด แนะนำใช้ตั๋ว 1 Day Pass เที่ยวไปยังที่ต่าง ๆ ในเมืองได้ทั้งวัน คุ้มและประหยัดกว่าการซื้อแบบเป็นเที่ยวมาก

หากไม่รู้ว่าจะเริ่มนั่งรถหาจุดดูซากุระในโตเกียวยังไงดี แนะนำให้นั่งแบบวงกลม ค่อยๆ ไปทีละจุด โดยเริ่มจากจุดที่ใกล้ที่สุดก่อน

ใครที่เพิ่งเคยมาครั้งแรกใน Tokyo แนะนำให้ใช้ JR Yamanote ที่เป็นรถไฟวิ่งรอบเมืองจะง่ายที่สุดในการเดินทาง

หากลงผิด ก็สามารถย้อนกลับได้ง่าย เพราะวิ่งเป็นวงกลม

Hanami

– 4. สถานที่จุดชมดอกซากุระ ส่วนมากเข้าชมฟรี –

แทบไม่ต้องเสียแม้แต่เยนเดียว สำหรับการชมซากุระในญี่ปุ่น เว้นแต่จะเข้าไปข้างในสถานที่เสียค่าเข้า อย่าง Ueno Zoo

ใครไม่รู้จะไปที่ไหนดี ขอแนะนำ 10 จุดชมซากุระสวยในโตเกียว ที่ห้ามพลาด และเข้าชมได้ฟรี

– 5. สามารถจัดปาร์ตี้ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในสวนสาธารณะบางแห่งในญี่ปุ่นได้ –

ในเวลาปกติการไปเดินในสวนสาธารณะของญี่ปุ่น ส่วนใหญ่จะมีใครนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้ามาดื่ม

[สวนสาธารณะในไทย ก็ห้ามดื่มเช่นกัน แต่ยังมีคนแอบเอาเข้ามา]

เพราะถือว่าเป็น “พื้นที่สาธารณะ สำหรับครอบครัว”

ในช่วงเทศกาลฮานามิ ใครที่อยากจัดปาร์ตี้นั่งใต้ต้นซากุระ สามารถนำเครื่องดื่ม Alcohol อย่าง เหล้า เบียร์ และไวน์ เข้ามาร่ำสุราใต้ร่มเงาของต้นซากุระ มองกลีบซากุระค่อย ๆ ร่วงโรยลงพื้นเอื่อย ๆ ไปตามกาลเวลา และ กระแสลม

ซึ่งก่อนที่จะนำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไปร่วมฉลอง ควรศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนว่าสวนแห่งไหนสามารถนำเข้าไปดื่มได้, หากไม่รู้ว่าไปที่ไหนดี ผมขอแนะนำ 2 สวนในโตเกียว ที่อนุญาตินำเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปในสวนได้ ได้แก่ Ueno Park [上野恩賜公園] และ Yoyogi Park [代々木公園]

– 6. ทุกช่วงเวลามีค่า ซากุระบาน มีช่วงเวลาที่สั้น –

ไม่สามารถกำหนดสั่งได้ว่าจะให้ บาน หรือ ร่วง วันไหน, ส่วนมากจะบานในช่วง ปลายมีนาคม ถึง กลางเมษายน

การพยากรณ์ซากุระบานล่วงหน้า อย่างน้อยก็ช่วยสามารถเผื่อเวลากำหนดเที่ยวบินวันที่เราเดินทางล่วงหน้าได้ไม่ยากนัก

สิ่งที่ทำให้ซากุระร่วงเร็ว ก็คือ ฝน ที่ไม่สามารถห้ามได้เช่นกัน

สามารถเข้าไปดู Cherry Blooming Forecast ได้ที่ jnto.go.jp/sakura/eng/index.php

– 7. หนีอากาศร้อนของไทย ไปรับอากาศกำลังดีที่ญี่ปุ่น –

เพราะในช่วงนั้น “มีอุณหภูมิอยู่ที่ 1x องศา C”

เป็นหนึ่งในเหตุผลยอดฮิตของคนไทยที่ต้องการมาญี่ปุ่น ที่ไม่ใช่แค่ ต้องการเห็น Sakura ด้วยตาของตัวเองเท่านั้น

[รวมถึงคนที่อยากสัมผัส Hanami ใต้ Sakura ให้เต็มที่]

แต่สามารถ เที่ยว ช็อป ชิม ชิล ท่ามกลางอุณหภูมิที่สบาย ๆ แล้ว ยัง Selfie กับชุดเสื้อหนาวให้คนที่อยู่ไทยสุดร้อนอิจฉาได้อีก

Sakura

นอกจากเหตุผลว่า ทำไมต้องไปเทศกาลชมดอกซากุระในญี่ปุ่น ทั้ง 7 ข้อข้างบน

การที่ผมอยากไปเทศกาล Hanami เพราะมันมีเสน่ห์อีกอย่างหนึ่งที่น่าสนใจคือ การได้เห็นผู้คนได้ สนุกสนาน เฮฮา “ปล่อยของ” ที่ตัวเองอยากแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่

บางคนแต่งกลอน เล่นดนตรี ร้องเพลง ถ่ายภาพ แสดงระบำ

เหมือนออกมาจากในหนังสือการ์ตูนที่เคยเห็นผ่านตาเมื่อยังเด็ก

แต่ท้ายที่สุดทุกสิ่งที่ผมอยากจะได้ไปเห็น ที่นอกจาก ดอกซากุระ บนต้นสวย ๆ ก็คือ “การใช้ชีวิตของมนุษย์”

sakira pic credit by : CC0 Public Domain via pixabay.com