Sjors คือ นักสะสม G-Shock ระดับโลก ที่ตกหลุมรัก กับ ความแข็งแกร่ง ของ นาฬิกาสายยาง

หากเป็น นักสะสม G-Shock ตัวจริง ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก Mr. Sjors, ส่วนใครที่ไม่รู้ว่าเขาคือใคร Sjors คือ No.1 World G-Shock Collector Guru ชาวยุโรป อารมณ์ดีสุดๆ ที่สะสม นาฬิกาสายยาง คาสิโอ้ จีช็อค มีอยู่ในครอบครองกว่า 700 เรือน

ผู้เป็น admin ของ เว็บ g-peopleland.com และ เจ้าของ Blog ชื่อดัง 50-gs.blogspot.com รวมถึงเป็น ผู้ดูแลเว็บบอร์ด G Shock ที่ forums.watchuseek.com กับหัวใจของ นักสะสม G Shock ตัวจริง ที่บอกกับทุกคนที่เข้ามาชมนาฬิกาของเขาว่า These G-Shock’s are not for sale!

sjors คือ นักสะสม g-shock ชาวยุโรป

โดยการรีวิว G Shock ในแต่ละเรือนของเขาทำได้สุดติ่งกระดิ่งแมว ตั้งแต่ หน้าปัด ฝาหลัง สายนาฬิกา ยันตะเข็บฝีเย็บของสายนาฬิกาในแต่ละช่วง แม้กระทั่ง น็อต

อาจจะมีใครบางคนอาจจะอยากรู้ว่าชื่อของ Sjors อ่านออกเสียงว่ายังไง ออกเสียงว่า ชอร์จ หรือ จอร์ช [ Sjors, the Dutch name for George ] ซึ่งไม่ได้ออกเสียงว่า สะจอร์ ตามที่ผมเข้าใจผิดมาก่อนหน้านี้

กับความโชคดีของผม และ เพื่อนๆ Blogger ที่ คุณต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี หรือ Todd Piti ผู้ซึ่งเป็น Thai G-Shock Collector ได้เปิดโอกาสสัมภาษณ์ กับ Sjors [ Sjors Interview in Thailand ] ที่บินตรงมาจาก Netherlands เพื่อมาร่วมงาน GSC Thailand by Todd Piti โดยเฉพาะ

interview-sjors-g-shock-collector

สัมภาษณ์ นักสะสม g shock sjors และ todd piti

การสัมภาษณ์จัดขึ้นแบบเป็นกันเอง และเรียบง่ายสุดๆ ในบ่ายวันเสาร์ ที่ร้าน Sab Bar ทองหล่อ โดยมีคุณต็อด Todd Piti นั่งคู่กับ Sjors พร้อมล่ามสาวสุดน่ารัก ที่โดนโอบล้อมรอบ เต็มไปด้วย เพื่อนๆ Blogger จนแน่นร้าน

sab-bar-no-1-sport-bar-in-thailand

sab-bar-sport-bar-in-thong-lor

ซึ่งถ้าใครอยากจะหาร้าน Sport Bar น่านั่ง มาที่ร้านนี้ไม่มีผิดหวัง หากอยากสั่ง ส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง คอหมูย่าง ลาบ น้ำตก แถมด้วยนั่งซดเบียร์สด พร้อมดูกีฬานัดสำคัญในบรรยากาศดีๆ กับแอร์เย็นฉ่ำ ที่ใจกลางทองหล่อ

– ที่มาของ G-Shock เรือนแรก ที่เข้ามาในชีวิต ของ Sjors –

Mr. Sjors ได้เล่าว่า ก่อนหน้านั้นได้ใช้นาฬิกายี่ห้อ Timex ที่ซื้อมาประมาณ 4ปี, จากงานที่ทำ คือทำงานออกแนวค่อนข้างลุยๆ ทำให้นาฬิกาที่ใส่อยู่โดนน้ำบ้าง และที่สำคัญบางครั้งไม่ระวังไปขูดกับอะไรบางอย่างทำให้เกิดรอยบนหน้าปัดนาฬิกา ซึ่งใช้งานมาได้เพียงแค่ 2 วัน และตัวเขาเองก็คนคนที่รักนาฬิกาเอามากๆ ไม่ชอบให้นาฬิกาที่รักมากเกิดเป็นรอย

จึงตัดสินใจเป็นพ่อบ้านใจกล้า หันมาใช้ G-Shock [ ที่เล็งมานานตั้งแต่ Timex เป็นรอย จนกระทั่งรอถ่านหมด ] เพราะมีคุณสมบัติ ที่ต้องการ คือ หน้าปัดค่อนข้างทนจากการขูด และมีคุณสมบัติในการกันน้ำ เป็นหนึ่งคุณสมบัติใน Triple 10 [ รองรับแรงกระแทก จากการตกสูงถึง 10 เมตร รับแรงดันของน้ำได้ 10 บาร์ และ แบตเตอรี่ใช้งานได้ถึง 10 ปี ] ซึ่งเป็น Product Concept และ จุดเด่น ของ G-Shock ที่ทุกคนได้สัมผัสต้องร้องว้าวกันทุกคน

โดยเรือนแรกที่ซื้อเป็นรุ่น DW-004 สีแดง สายหนัง ในเดือน มิถุนายน ปี 2000 ที่ร้าน G-Shock ใน Germany ในราคาประมาณ 20 Euro ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าเป็นนาฬิกาที่มีคุณภาพที่ดีมากๆ สวนกับราคาที่ถูก แต่ก็คุ้มค่ากับการที่ต้องแลกกับการเดินทางไกลมาถึงเยอรมนีเพื่อซื้อ G Shock

[ และ DW-004 คือ G Shock เรือนแรกของคุณต๊อด ถ้าใครมีรุ่นนี้ แต่เป็น สีฟ้า และเป็นสายผ้า บอกคุณ ต็อด Todd Piti ได้เลย เพราะกำลังตามหาเพื่อเติมเต็มความทรงจำในวัยเด็ก ]

ในตอนนั้น ที่ในเยอรมนี G Shock ยังไม่เป็นที่นิยมในการสะสมของคนเยอรมัน เพราะว่า ราคามันถูก และเห็นเป็นเรื่องที่ตลกถ้าจะมีใครสักคนใส่ G-Shock เดินตามถนน แต่เพราะความรักใน G Shock ที่สะสม เพิ่มมาเรื่อยๆ จนทำให้ Sjors คือ ผู้ทำให้ความนิยมของ นาฬิกาจีช็อค ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสาขาหลักใน Germany ต้องมาเปิด สาขาย่อยใน Netherlands เพื่อ Sjors และ เพื่อนๆ นักสะสม G-Shock ชาวเนเธอร์แลนด์ ไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อมาสะสมในสิ่งที่พวกเขารัก

– การเปลี่ยนแปลงของ G-Shock ในมุมมองของ Sjors ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในการสะสม –

ในช่วงประมาณปี 1997 ถึง 1998 G Shock ค่อนข้างได้รับความนิยมมากใน Germany และต่อมามีมาเปิดสาขาย่อยใน Netherlands เพราะเนื่องจากนักท่องเที่ยวจากเยอรมนี ก็ชอบมาซื้อ G-Shock จากที่นี่ แต่พอถึงปี 2000 เริ่มลดความนิยมลง จากที่ Sjors สังเกตุว่า จีช็อค ในช่วง ปี่ 2000 ถึง 2005 เทรนด์ของตัวเรือนจะทำออกมาในขนาดที่เล็กลง ซึ่งคนที่ชอบใส่นาฬิกาเรือนใหญ่จะไม่ชอบ จนกระทั่งในปลายปี 2005 ได้มี Frogman ผลิตโดย Mr. Kenny จากประเทศอเมริกา และได้กลายเป็นที่นิยมของ ศิลปิน Hiphop จึงทำให้ผู้คนได้เห็นว่าการใส่ G Shock ที่ยิ่งมีตัวเรือนใหญ่ ก็จะยิ่งเท่มาก

– ความแตกต่างในการสะสม G-Shock ระหว่างนักสะสมชาวยุโรป กับ นักสะสมชาวเอเชีย ในความรู้สึกของ Sjors –

ในยุโรปมีนักสะสมมีค่อนข้างน้อย ถ้าเทียบ นักสะสมฝั่งอเมริกา กับ นักสะสมฝั่งเอเชีย โดยฝั่งอเมริกานิยมสีที่เป็นแนว สีขาว สีดำ เป็นหลัก ซึ่งต่างกับฝั่งเอเชียที่นิยมสะสมเน้นสีสัน สีแดง สีฟ้า สีเหลือง หรือ สีต่างๆ โดยตัวของ Sjors คือ นักสะสมชาวยุโรปที่มีหัวใจของความเป็นเอเชีย ที่ชอบสีออกแนวฉูดฉาด และมีสีสัน โดยส่วนตัวชอบทุกสี ยกเว้น สีฟ้า ที่ไม่ชอบ เพราะ ไม่ชอบกางเกงยีนส์ แต่ก็มียกเว้นรุ่นที่เป็นคาแร็คเตอร์ตัวการ์ตูนอย่าง Smurf

– มุมมองของ Sjors ต่อ G-Shock Custom ของ Todd Piti –

custom-g-shock-collector-thailand-by-todd-piti

interview-sjors-with-custom-g-shock

ผมรู้สึกชอบมาก กับ Custom G-Shock เพราะเราเองอาจจะมีนาฬิกาที่บ่งบอกถึงตัวเรา คาแร็คเตอร์ของเรา แต่ความเป็น Custom มันมีความหมายที่มากกว่าความเป็นตัวเรา เพราะมันบ่งบอกถึงที่มาของนาฬิกาเรือนนั้น และมันก็แพงมาก แต่เราก็ยอมจ่ายเพื่อให้ได้มันมา ก็เหมือนกับนาฬิกาเรือนที่อยู่บนข้อมือในตอนนี้ ถึงแม้ว่ามันจะมีสีดำ แต่มันก็มีโลโก้ของสิงห์ และที่สำคัญมีแค่ 12 เรือนบนโลกใบนี้ และก็ยังมีอีกชุดที่ผมชอบคือ G-Shock Collector Thailand ที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ที่จะเปิดตัวในงาน GSC Thailand by Todd Piti ค่ำนี้ ผมรักเลยนะ

g-shock-sjors-in-thailand

– ให้คุณเล่าเรื่อง G-Shock ในประเทศไทย ให้กับแฟนๆ ที่ติดตามคุณ คุณจะเล่าอะไรบ้าง ? –

เวลาที่ได้มาเยือนประเทศไทย ก็จะบอกกับเพื่อนๆ ที่เนเธอร์แลนด์ ว่ารู้สึกอบอุ่นเหมือนเวลาไปประเทศญี่ปุ่น รู้สึกดีมากที่ไทยมีสังคมที่ชอบ G Shock เหมือนกัน ใช้ภาษาเดียวกันในการสื่อสาร คือ ภาษา G-Shock และ ได้เห็นคนไทยใส่เรือนที่ชอบ รู้สึกมองแล้วสบายใจ และมีความสุขที่ได้มาเห็นคนที่ชอบสิ่งที่เหมือนๆ กัน

และปิดด้วย คำถามเด็ด ที่ทำให้ Sjors คิดค่อนข้างนานกว่าคำถามอื่นๆ ซึ่งใช้เวลาคิดก่อนตอบคำถามประมาณหนึ่งนาทีครึ่ง ที่ผมดัน เผือกกวน ไปถามแบบตั้งใจโคตรๆ ผมคิดว่าคงไม่มีใครบนโลกใบนี้ไปถาม และผมคือคนที่ถามคนแรกอย่างแน่นอน

– ถ้าให้ Sjors กลายร่างเป็น G-Shock, เรือนที่คุณอยากเป็น คือรุ่นไหน –

ขอเป็น G-Shock Man ของรุ่น DW6900 เพราะดูเหมือนว่ามันมีดวงตาที่จ้องมองทุกสิ่งบนโลกอย่างสดใสอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญ ต้องมีสีชมพู

ก่อนจากขอแถมด้วยสิ่งที่ Sjors อยากบอกกับแฟนๆ นักสะสม G-Shock ชาวไทยได้รู้ ก่อนจะไปร่วมงานในช่วงค่ำ เพื่อพบกับนักสะสมชาวไทย ใน Sjors in GSC Thailand by Todd Piti ค่ำนี้ คือ ซื้อเรือนที่เป็นของแท้ ซื้อเฉพาะที่ชอบจริงๆ อย่าไปซื้อตามคนอื่น ที่สำคัญมีเงินอย่างเดียวไม่ได้ต้องมีใจรักด้วย

interview-นักสะสม-g-shock-คือ-sjors-singha-beer

หลังจากสัมภาษณ์เสร็จ Sjors ก็สั่งเบียร์สดตราสิงห์แก้วใหญ่ ดื่มดับกระหายจากการที่ให้สัมภาษณ์ประมาณหนึ่งชั่วโมง และบอกว่า รักเบียร์แก้วนี้มาก เท่ากับ ที่เขารัก G-Shock อีกด้วย

จากการได้สัมภาษณ์ และสัมผัส กับหัวใจของ นักสะสม G-Shock ระดับโลก อารมณ์ดี ชาว Netherlands คนนี้ สำหรับผม Sjors คือ G Shock Collector ที่สะสมในสิ่งที่เขาชอบแล้วสะท้อนออกมาด้วยอารมณ์ที่สดใสตาม G Shock สีสดใสที่เขาสะสม และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สะสมสิ่งที่ตัวเองรักด้วยใจ ไม่ใช่ด้วยที่มูลค่า ซึ่งเหมือนกับ Todd Piti Thai G Shock Collector ที่สะสมของที่รักด้วยใจเหมือนกัน