ต้องดูอย่างไร ชาเขียวญี่ปุ่นแท้คุณภาพสูง ในเมืองไทย

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ในเมืองไทย ที่มีคุณภาพสูง ดูอย่างไร, ชาเขียว ชาขาว ชาอู่หลง ชาดำ ความจริงมาจากไหน พร้อมเยี่ยมชม โรงงานชาเขียว Maruzen ในประเทศไทย

ถ้าพูดถึง ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ คงไม่มีใครในญี่ปุ่นที่ไม่รู้จัก Maruzen Seicha Co., Ltd. หรือ Maruzen Tea Co., Ltd. ผู้เชี่ยวชาญด้านชาจากญี่ปุ่น มีฐานการผลิตอยู่ที่ Shizuoka เมืองที่ขึ้นชื่อว่ามี ต้นชาเขียวชั้นดี สำหรับเพื่อผลิตชาคุณภาพสูง

โรงงานชาเขียวญี่ปุ่นแท้ maruzen

และในวันนี้ Maruzen ได้มาตั้งฐานการผลิตที่ประเทศไทย เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย ที่สามารถผลิต ชาเขียว ได้ในประเทศไทย ส่งออกชาคุณภาพสูงออกไปสู่ทั่วโลก

โดย สิงห์ปาร์คเชียงราย ได้รับเลือกเป็น ที่ตั้งของ โรงงานชาเขียวแห่งแรก แห่งเดียวในเมืองไทย Maruzen Food Thailand Co., Ltd

ใช้ ไร่ชา ของ บุญรอดฟาร์ม เป็น วัตถุดิบชา เพื่อใช้ส่งออกไปทั่วโลก ทำให้คนไทยได้เข้าถึงชาคุณภาพสูง ในราคาที่สามารถเอื้อมถึง เพราะ ไม่ต้องเสียภาษีสำหรับนำเข้าวัตถุดิบชา ที่สูงถึง 60% ทำให้มีต้นทุนในการผลิตชา ที่สามารถขายชาคุณภาพสูงในราคาที่ไม่แพง

และสาเหตุหลักที่ทำให้ ไร่ชาบุญรอด ได้ถูกรับเลือก ใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตชา ที่นอกจากจะมีพื้นที่ในการ ปลูกชา มากที่สุด ในประเทศไทย เพราะว่า สภาพภูมิอากาศ ของ เชียงราย มีความคล้ายคลึงกับที่ Shizuoka

japanese-green-tea-0006

การปลูกชาให้ได้รสชาติรวมถึงผลผลิตที่ดี จะต้องปลูกในพื้นที่ ที่มี สภาพภูมิอากาศที่แตกต่างกันอย่างมาก ทั้งในเวลา กลางวัน และ กลางคืน

เชียงราย จึงเหมาะเป็นพื้นที่ ที่ได้รับเลือก เพราะ ในช่วงกลางวัน อากาศร้อนสุดๆ ที่ทำให้เครื่องปรับอากาศ คือความหวังที่สามารถบรรเทาความร้อนได้ ส่วนในช่วงค่ำ มีอากาศที่หนาวเย็น โดยไม่ต้องเปิดแอร์ ที่จะหนาวสุดจับถึงหัวใจ ยิ่งกว่าเป็นโสด ในช่วงฤดูหนาว

และมีสภาพพื้นที่ ที่ใช้เพาะปลูก มีความลาดชัน เหมาะแก่การปลูกต้นชา เพราะ ชาเป็นพืชชอบน้ำ แต่ไม่ชอบน้ำขัง

กับความจริงของต้นชา ชาเขียว ชาขาว ชาอู่หลง หรือแม้กระทั่ง ชาดำ มาจากไหน, จริงๆ แล้วทั้งหมดมาจาก ต้นชา ต้นเดียวกัน แต่ผู้ผลิตจะปิดเป็นความลับว่ามันมาจากสายพันธุ์อะไร

เพราะ ชาทุกประเภท ที่มนุษย์ดื่มอยู่บนโลกใบนี้ มาจากกระบวนการผลิตที่ต่างกัน รวมถึง ในเรื่องของการหมัก หรือ Oxidation แต่ที่แน่นอนที่สุดคือ มันมาจาก ต้นชา เดียวกัน

japanese-green-tea-0010

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ คุณภาพสูงดูอย่างไร, คุณตะวัน บุรีแก้ว ผู้จัดการโรงงาน และ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องชา จาก Maruzen Food Thailand ได้ให้ความรู้ในเรื่องชา กับผมว่า …

การเก็บชา ส่วนใหญ่จะเก็บกันทั้งวัน ยกเว้น การเก็บเกี่ยวชาสำหรับเพื่อใช้ทำ มัจฉะ หรือ Matcha ที่จะเก็บชาในช่วง ก่อนที่ดวงอาทิตย์ขึ้น เท่านั้น

ซึ่งหากใครสงสัยว่า ทำไมถึงต้องเก็บ ชาญี่ปุ่นมีสีเขียว ก่อนดวงอาทิตย์ขึ้น สามารถอ่านจาก Blog ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ มีกี่แบบเลือกดื่มอย่างไร แล้ว Matcha คืออะไร ที่ผมเขียนไว้ก่อนหน้านี้

การเก็บเกี่ยวชาจะทำเป็น 2 ลักษณะ คือ เก็บด้วยมือ และ ด้วยเครื่องจักร ซึ่งเป็นการ คัดแยกเกรดชา

japanese-green-tea-0009

ชาเกรดพรีเมี่ยม จะถูกคัดมาจากใจมาสู่สมอง และบรรจงเก็บด้วยมือ ค่อยๆ เด็ดยอดชา ด้วยความเบามือที่สุด เพื่อให้ได้ ใบชาชั้นดี สำหรับทำ ชาพรีเมี่ยม โดยเฉพาะ

japanese-green-tea-0007

ส่วน ชาคุณภาพดี ที่เก็บด้วยเครื่องจักร มีอุปกรณ์เป่าลมในเครื่องจักร ระหว่างการเก็บเกี่ยว เพื่อถนอมยอดชา หลังจากชาถูกเก็บลงถุงบรรจุในเครื่องจักร จะถูกเอามาคัดเกรดอีกครั้ง เพื่อให้ได้ชาคุณภาพ ที่พร้อมนำไปทำชา ก่อนส่งเข้าโรงงาน

japanese-green-tea-0008

เพราะนี่คือ โลกยุคใหม่ ที่ใช้ เวลาทำงานแทนตัวเอง เพื่อให้ได้ผลผลิตออกมาดีที่สุด คุ้มค่ามากที่สุด และรวดเร็วที่สุด

ซึ่งทั้งสองวิธี ใช้แรงงานจากคนในพื้นที่ เป็นคนในชุมชนที่อยู่ไม่ไกลจาก สิงห์ปาร์ค เพื่อให้คนในท้องถิ่นได้มีรายได้ จาก สิงห์ คอร์เปอเรชั่น โดยแท้จริง

หลังจากเก็บเกี่ยวเรียบร้อย ใบชาทุกเกรด จะถูกนำไปยังโรงงานซึ่งอยู่ไม่ไกลจากไร่ เพื่อเข้าสู่ กระบวนการทำชาชนิดต่างๆ ที่เรียกว่า Tea or Camellia sinensis Process

maruzen-green-tea-factory-005

จากใบชาสดคัดจากไร่ เข้าสู่กระบวนการ Stream ต่อด้วยเป่าลมให้น้ำสะเด็ด ผ่านเครื่องรีดชาให้เป็นเส้น

ก่อนส่งต่อไปยังเครื่องนวด ซึ่งคือ เคล็ดลับ เพิ่มความหอมของใบชา ยิ่งนวด ยิ่งน้วย ยิ่งคลึง ยิ่งหอม

ส่งต่อไปยังเครื่องอบแห้ง เพื่อให้กลายเป็น ใบชาอบแห้ง ก่อนที่ถูกนำไปทำเป็นผลิตภัณฑ์ชาเขียวในรูปแบบต่างๆ

maruzen-green-tea-factory-006

ซึ่งทั้งหมดนี้ก็คือ กระบวนการทำ ชาญี่ปุ่นแท้มีสีเขียว ก่อนที่ถูกเก็บอยู่ในส่วน Store ที่เปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจของคนญี่ปุ่น ด้วยข้อความ SHIZUOKA อยู่ในโรงงานของ Maruzen ในเมืองไทย ที่รับประกันถึง ความเป็นผู้เชี่ยวชาญ ในการทำ ชาเขียว

ซึ่งทุกกระบวนการถูกดูแลด้วย ผู้เชียวชาญ ส่งตรงจากญี่ปุ่น เพื่อมาดูแล ชา ที่มีความสำคัญยิ่งกว่า เป็นสมบัติอันล้ำค่า ของพวกเขา เพื่อพร้อมที่จะถูกส่งมอบให้แก่คนที่รักชาที่มีอยู่ทั่วโลก

และยังบอกกับผมอีกว่า สิ่งที่ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ต่างจากชาอื่นๆ อย่างไรนั้น ความพิเศษของชาชนิดนี้ อยู่ที่ มีกรดอมิโนที่ชื่อว่า L-Theanine สูงที่สุด เมื่อเทียบกับชาชนิดอื่นๆ เพราะว่า ไม่ได้ผ่านกระบวนการที่เรียกว่า Oxidation

จากความสดและสีเขียวที่อยู่ในใบชา ยิ่งมีมากเท่าไหร่ยิ่งดี เพราะ ช่วยในการลดน้ำหนัก โดยกระตุ้น Metabolism ให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

โดยในตอนนี้ ชาเขียว ที่โรงงานแห่งนี้ผลิต มีอยู่ 4 แบบได้แก่ Sencha Genmaicha Matcha และ Sencha Tea Bag เป็น ชาเขียวที่สามารถชงในน้ำเย็นได้ ที่เรียกว่า Sencha Cold-brewing หรือ [ Mizudashi Sencha / 水出し煎茶 ]

maruzen-green-tea-factory-003

ก่อนที่ผมจะลาจากโรงงานชาเขียวญี่ปุ่นแท้แห่งนี้ ภายในบริเวณโรงงานมี สวนญี่ปุ่น สวยๆ ซึ่งปลูก ต้นชา ไว้ให้คนที่สนใจเรื่องชา ได้มาศึกษา อยู่ 3 ชนิดที่นิยมปลูกในประเทศไทย ได้แก่ ชาอัสสัม ชาขมใบเดี่ยว และ ชาอู่หลงเบอร์12

maruzen-green-tea-factory-002

จุดที่ผมประทับใจ นอกจากภายในสวนแห่งนี้จะสวยงามแบบญี่ปุ่นแล้ว ยังมีป้ายที่ระลึก ที่คนญี่ปุ่น ให้คำมั่นสัญญากับ คนไทย ไว้ว่า จะผลิตชาออกมาให้ดีที่สุด เพื่อให้สมกับที่ คนไทย ได้ไว้วางใจให้มาผลิตชาที่ดีที่สุด ออกสู่สายตาของชาวโลก

นอกจากจะได้รู้ว่า ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่มีคุณภาพสูง ต้องดูอย่างไร แล้ว สิ่งที่สำคัญสำหรับการเลือกชาที่ดี จะต้องรู้จักถึง ความเชี่ยวชาญ ของผู้ผลิตด้วย ซึ่ง Maruzen Food Thailand Co., Ltd คือ ตัวแทนจากชาวญี่ปุ่น ชนชาติผู้ค้นพบชาเขียว ที่บอกกับโลกใบนี้ได้ว่า ประเทศไทย คือ ประเทศที่สามารถผลิตชาเขียวญี่ปุ่นแท้สู่โลก ด้วยไร่ชาคุณภาพจากบุญรอดฟาร์ม

หนึ่งความเห็นบน “ต้องดูอย่างไร ชาเขียวญี่ปุ่นแท้คุณภาพสูง ในเมืองไทย”

การแสดงความเห็นถูกปิด