เคล็ดไม่ลับ ชงชาเขียวญี่ปุ่นแท้ อย่างไร ให้อร่อยโดนใจ

เคยสงสัยหรือไม่ว่า การชงชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่จริงแล้ว ดื่มแบบร้อน และ ดื่มแบบเย็น ต้องชงอย่างไร ถึงจะออกมาอร่อย

หลังจากที่ไปทำความรู้จักกับ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ๆ ที่ทำให้ได้รู้ว่า Green tea บนโลกใบนี้ มีกี่แบบ เลือกดื่มอย่างไร รวมถึงเรื่องราวของ การเลือกชาเขียวญี่ปุ่นคุณภาพสูง จาก Maruzen ที่ผมได้เขียนไว้ก่อนหน้านี้

ต้นชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่ ไร่บุญรอดฟาร์ม

ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าจริงๆ แล้ว การชงชา มันมีจุดเริ่มต้นมาจากไหน ก็เลยค้นคว้าเพิ่มเติมก่อนที่จะพาไปรู้ถึง วิธีชงชาในปัจจุบัน

จุดเริ่มต้นของตำนาน ชา เกิดมามากกว่า 4000 ปี หรือ 2737 BC, ในขณะที่องค์จักรพรรดิจีน กำลังเสวยน้ำดื่มต้มร้อนๆ ทันใดนั้นเองได้มีใบจากต้นชาสดๆ ตกลงมาในถ้วย พอดีเป๊ะ พอดื่มแล้วรู้สึกมีรสชาติที่ดี และมีกลิ่นที่หอม จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการค้นพบ เครื่องดื่มชา ตั้งแต่นั้นมา

ยอดชาเขียวญี่ปุ่นแท้

จาก จีน สู่ ญี่ปุ่น, ชา ได้ถูกนำเข้ามาในประเทศญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ในช่วงปี 805 – 806 ในเมือง Uji ซึ่งอยู่ใน Kyoto โดยนักบวชนามว่า Kukai ซึ่งเดินทางกลับมาจากจีน และได้นำชา มาถวายแก่องค์โชกุน

โดยผู้ที่จะได้รับรสของชาในสมัยนั้น จะมีเพียงแค่ โชกุน พระสงฆ์ ขุนนางชั้นสูง และ ซามูไร เท่านั้น ซึ่งต่อมาไม่นานนัก ชา ก็ได้มีความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็น ส่วนหนึ่งของความเป็นญี่ปุ่น

ต่อมามีผู้เชี่ยวชาญด้านชา ที่ถวายการชงชาให้แก่โชกุน นามว่า Sen no Rikyu ได้กำหนดแบบแผนการชงชา เป็นพิธีชงชาที่เรียกว่า เรียกว่า ชาโนะยุ [ Chanoyu / 茶の湯 ] หรือ ชาโด [ Sado , Chado / 茶道 ] ใช้ในญี่ปุ่นจนถึงในปัจจุบัน

การชงชา ในปัจจุบัน มีขั้นตอนที่ค่อนข้างง่าย แต่เคล็ดลับในการชง คือต้องใช้ความใส่ใจในทุกขั้นตอน ตั้งแต่ การเตรียมน้ำ จนถึง การชง

โดย Green Tea ต่างจากชาอื่นๆ ตรงที่มี L-Theanine อยู่ในใบชามากที่สุดในบรรดาชาชนิดต่างๆ ซึ่งเป็นกรดอมิโนชนิดหนึ่งที่ช่วยในการลดน้ำหนัก โดยกระตุ้นระบบเผาผลาญในร่างกายให้เพิ่มขึ้น

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ต้องไม่ใส่น้ำตาล

การชงชาเขียวแบบร้อน [ Hot Brew Green Tea ] คือวิธีการชงชา ที่มีมานานกว่า 4000 ปี พร้อมกับ การค้นพบต้นชา ครั้งแรกในประเทศจีน

สำหรับน้ำร้อนที่ใช้ชงจะต้องมีอุณหภูมิ 70 – 80 องศาเซลเซียส สำหรับ Sencha หรือ Matcha และ อุณหภูมิ 50 องศาเซลเซียส สำหรับ Gyokuro

ก่อนที่จะนำใบชาลงไปชงในภาชนะ จะต้องนำน้ำร้อนมาลวก เพื่อให้ภาชนะมีอุณภูมิที่พอเหมาะในการ ปลุกชา

ขั้นตอนต่อมาคือการใส่ชา โดยปริมาณของ Sencha และ Gyokuro ใช้ใบชาในปริมาณ 1 ใน 3 ของภาชนะ ส่วน Matcha ใช้เพียงแค่ 2 ช้อนโต๊ะ แต่ถ้าหากใช้เป็นแบบซอง ก็ใส่ลงไปได้เลย

ระยะเวลาในการชง ยิ่งชงนาน ชาที่ได้ยิ่งเข้ม และมีรสฝาด แต่ไม่ควรเกิน 2 นาที ซึ่งเวลาที่เหมาะสำหรับการชง Gyokuro คือ 90 วินาที เพื่อให้น้ำชาที่ได้มีคุณภาพที่ดี

หากชงด้วยกาน้ำร้อน กาแบบญี่ปุ่น จะมีหูจับอยู่ด้านข้าง ส่วน กาแบบจีน จะมีหูจับอยู่ด้านหลัง

การชงชาเขียวญี่ปุ่นแบบเย็นโดยการเขย่าขวด

ส่วน ชาเขียวญี่ปุ่นชงเย็น [ Cold Brew Green Tea ] คือทางเลือก สำหรับคนรัก Green tea สมัยใหม่ ที่สะดวกเข้ากับไลฟ์สไตล์ ในการใช้ชีวิตของคนเมือง ที่ชอบเครื่องดื่มเย็นๆ ต้านอากาศร้อน แถมด้วยทำให้มีสุขภาพที่ดี

วิธีชงง่ายสุดๆ เพียงแค่ เอาซองชา หรือ ผงชามัจฉะ ใส่ในขวดน้ำเย็นจัดๆ แล้วเขย่า หรือ ชงในเหยือกที่มีน้ำเย็นพร้อมน้ำแข็ง ก็สามารถสดชื่นได้ในทันที และ สามารถพกพาได้สะดวก ไม่ว่าอยู่ที่ไหนก็สามารถชงได้ เพียงแค่มีน้ำเย็น

การชงชาเขียวญี่ปุ่นแท้แบบเย็น

โดยเคล็ดลับอยู่ตรงที่ น้ำยิ่งเย็นมากยิ่งดี เพราะทำให้ชาตื่นได้ไวขึ้น และ ชาที่ใช้ควรเป็นชาคุณภาพสูง อย่าง Maruzen ที่มาในถุงไนล่อน ที่ทำให้มีความน่าดื่ม เพราะใบชาไม่ฟุ้งกระจายอยู่ในน้ำ

ถ้าหากรินใส่แก้วที่มีน้ำแข็ง กลัวน้ำแข็งละลายแล้วทำให้รสชาติจืด แนะนำให้ทำน้ำแข็งโดยใช้ชาเขียว ก็จะได้ชาเขียวเย็นๆ รสเข้มข้นแบบถึงใจ

การชงแบบเย็นจะทำให้ได้ประโยชน์เต็มที่ของชาเขียวญี่ปุ่นแท้ เพราะไม่ต้องใช้เวลาในการ Brew ที่นาน รวมถึง ไม่เกิดกระบวนการหมัก ซึ่งทำให้ได้ L-Theanine ที่มีประสิทธิภาพมากกว่า แบบ ชงร้อน เพราะความร้อน คือปัจจัยที่ทำให้ชาเกิดความสูญเสียกรดอะมิโนชนิดนี้

นอกจาก เคล็ดลับในการชงชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ทั้งแบบร้อนและเย็น ให้อร่อยโดนใจแล้ว การดื่ม Green tea ให้ได้ประโยชน์จริงๆ จะต้อง ดื่มแบบแท้ๆ ต้นตำรับ … ซึ่งชาเขียวที่ดีต้องมีสีเขียว และ ปราศจากน้ำตาล เพื่อสุขภาพที่ดีของผู้ที่ดื่ม

คนรักชาควรได้รู้ ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ มีกี่แบบเลือกดื่มอย่างไร

เคยสงสัยหรือเปล่าว่า ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่จริงแล้ว มีกี่แบบเลือกดื่มอย่างไร ถึงจะดีที่สุด, มัจฉะ หรือ Matcha ความจริง คืออะไร กับเรื่องราวของเครื่องดื่มสีเขียว เรียกความสดซื่นให้ทั้งจิตใจและร่างกาย

หากไปร้านอาหารญี่ปุ่น เครื่องดื่มยอดฮิตที่สั่งแบบไม่ต้องคิดมากคือ ชาเขียว เครื่องดื่มที่หลายคนชอบสั่ง พอๆ กับ นามะบีรุ หรือ เบียร์สด แต่ต่างกันที่ดื่มแล้วไม่เมา แต่กลับทำให้สร่างเมาแทน

ปกติแล้ว ชาเขียว คือเครื่องดื่มที่ผมชอบดื่มมากๆ [ และแน่นอนว่าต้องเป็น ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ] ดื่มตั้งแต่อยู่ไทย ตามร้านอาหารญี่ปุ่น จนถึงซื้อแบบขวดในร้านสะดวกซื้อ หรือกระทั่งตอนนี้ ถึงกับต้องชงดื่มเอง เพราะอย่างน้อยไม่มีน้ำตาลใส่ลงไปเพิ่มเพื่อสุขภาพที่ดีของตัวเอง

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ต้องไม่ใส่น้ำตาล

จนถึงบินไปญี่ปุ่นก็ยังดื่ม ถึงแม้ว่าราคามันจะพรีเมี่ยมกว่าไทยอีกเท่าตัวตามอัตราแลกเปลี่ยน และค่าครองชีพ แต่จริงๆ แล้ว ส่วนใหญ่ซื้อ เพราะ อยากได้ของพรีเมี่ยมที่แถมมา [ ผมนี่ทาสการตลาดญี่ปุ่นชัดๆ โดนใจของแถมที่เป็น ที่ครอบฝา กับ ถุงผ้าครอบขวด ลายหมี Rilakkuma ] แต่ที่จริงจังกับการซื้อมาดื่มคือ ความเป็น Japanese Green Tea ที่แท้จริง

และเหตุผลสุดท้ายที่ผมชอบดื่ม ก็เพราะ ความลับของต้นชาที่พระเจ้ามอบให้มา แต่ค้นพบโดยคนญี่ปุ่น จึงได้มาเป็นชาเขียว นั่นก็คือ มีส่วนช่วยกระตุ้นให้ Metabolism หรือ ระบบเผาผลาญในร่างกาย ทำงานได้ดีขึ้น มากกว่าเครื่องดื่มชนิดใดๆ ในโลกใบนี้

รวมถึง มัจฉะ หรือ Matcha คืออะไร ในตอนนี้ที่เป็นเทรนด์ใหม่ของคนที่รักสุขภาพดื่มอยู่ในขณะนี้ เพราะมันคือ สุดยอดเครื่องดื่มสีเขียว ที่เหนือกว่าชาเขียวญี่ปุ่นในปัจจุบัน

บุญรอดฟาร์ม ไร่ชาเขียวญี่ปุ่นแท้

ชาเขียวในญี่ปุ่น เรียกว่า เรียวคุฉะ [ Ryokucha / 緑茶 ], ในทั่วไปตามร้านอาหาร แค่พูดว่า โอฉะ [ Ocha / お茶 ] ก็จะเข้าใจทันทีว่า ต้องการสั่งชาสีเขียว เพราะร้านในญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะเสริฟชาเขียวเป็นหลัก หรือจะพูดว่า กุรินที [ Gurinti / グリーンティー ] ก็เป็นอันเข้าใจ หากเป็นสาวๆ สั่ง แนะนำให้ทำเสียงน่ารักๆ ความ โมเอะ คาวาอี้เดส จะเพิ่มขึ้นไปอีก 1000%

ชาเขียวเย็น บางครั้งใส่มาพร้อมน้ำแข็ง หรือ สึเมไต โอฉะ [ Tsumetai ocha / 冷たいお茶 ] ปกติจะมีให้บริการดื่มฟรีใน ร้านราเมน ร้านดงบุริ และร้านข้าวหน้าแกงกะหรี่, หากต้องการดื่ม ชาเขียวร้อน ควันฉุย หรือ อัตซุย โอฉะ [ Atsui ocha / 熱いお茶 ] ส่วนใหญ่มีให้บริการใน ร้านซูชิ และ ร้านปลาไหลย่าง รวมถึง ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม ที่เรียกว่า ไคเซกิ

ถ้าร้านไหนไม่มีชาเขียวร้อนหรือเย็น ตามที่ใจต้องการ ให้ลองเสี่ยงสั่งดูเผื่อมีให้บริการ ~น๊า

ส่วนในภาษาจีน จะเรียกว่า ลวี่ฉ๋า [ Lucha / 緑茶 ] ซึ่งเขียนเหมือนกัน แต่ออกเสียงต่างกัน กับภาษาญี่ปุ่น ซึ่งจะได้ชาเขียวร้อนๆ ควันขโมงมาหนึ่งถ้วย ถ้าหากจะหาชาเขียวเย็น สามารถหาได้เฉพาะตามร้านสะดวกซื้อ แต่มันก็ไม่เย็นมาก

ส่วนใครอยากตามหาน้ำแข็งในญี่ปุ่น มาใส่เครื่องดื่ม น้ำแข็ง เรียกว่า โคริ [ Kori / 冰 ] หรือ ไอสุ [ Aisu / アイス ] ขอแนะนำว่าอย่าเอาน้ำแข็งมาใส่ในชาที่ร้อนๆ เพราะถือว่าเสียมารยาท หากอยากดื่มแบบเย็นๆ ขอแนะนำให้สั่งชาเขียวเย็นแทน

ที่ญี่ปุ่นนอกจากจะมีสุดยอดของชาญี่ปุ่นแล้ว ยังมีที่สุดของแหล่งผลิตชาชั้นดีที่ดีที่สุดในโลก ที่ Shizuoka โดยมีแบรนด์ชาที่ขึ้นชื่อว่ามีชาเขียวคุณภาพดีที่สุดในญี่ปุ่น Maruzen

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ใน ไร่บุญรอด

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ มีกี่แบบ แล้วมันต้องเลือกดื่มอย่างไร สุขภาพถึงจะดี จากที่ผมเคยเห็นจะมีแบบ ขวดแช่เย็นพร้อมดื่ม ซองฉีกมาก็ชงได้เลย ใบชาต้มกับน้ำร้อน และ มัจฉะ

ซึ่ง Matcha คืออะไร ที่เป็นชาที่อยู่เหนือชา เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดชาเลยทีเดียว

Matcha คือ สุดยอดชาเขียว

ผมก็เลยศึกษาเพิ่มเติมเพื่อที่จะเป็น กูรู้ ชา ในบล็อกนี้ ก่อนที่จะเป็น กูรู ชา ในบล็อกถัดไป

ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ เป็นชาที่ไม่ได้ผ่านกระบวนการหมัก [ Non Oxidation ] น้ำที่ได้จะมีสีออกไปทางสีเขียว สามารถแบ่งประเภท ได้เป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ Sencha Gyokuro และ Matcha

ชา Japanese Green Tea ส่วนใหญ่ที่คนญี่ปุ่นนิยมดื่มกันมาก ตั้งแต่เด็กเล็กจนกระทั่งผู้สูงวัย เพราะมีราคาที่ไม่แพง เรียกว่า เซ็นฉะ [ Sencha / 煎茶 ] เป็นชาที่ดื่มเพียงแค่น้ำ ที่ได้จากใบชาที่เก็บในเวลาที่โดนแสงแดด ตั้งแต่เช้า สาย บ่าย และเย็น

โดยสิ่งที่ทำให้เด็กๆ และผู้สูงอายุ สามารถดื่มชาเขียวได้โดยไม่ต้องกลัวอันตรายจากคาเฟอีนที่มีอยู่ในใบชา คือ L-Theanine ซึ่งเป็นกรดอมิโนชนิดหนึ่ง

โดยชาที่รสดีที่สุดของ Sencha คือ ชาเขียวต้นฤดู เรียกว่า ชินฉะ [ Shincha / 新茶 ] หรือ อิจิบันฉะ [ Ichibancha / 一番茶 ] เป็นชาที่ได้มาในครั้งแรกของฤดูเก็บเกี่ยว ซึ่งมีลักษณะเฉพาะคือ มีกลิ่นที่สดชื่น และมีรสหวาน

และยังมีชาอีกอย่าง เป็นชาเขียวที่เก็บเกี่ยวในระหว่าง ถดูร้อน และ ใบไม้ร่วง หลังจากที่เก็บเกี่ยว Shincha เรียบร้อยแล้ว เรียกว่า บันฉะ [ Bancha / 番茶 ]

สามารถปรุงเพื่อเพิ่มรสชาติ ทำให้ได้ชาเขียวที่นิยมดื่มอีก 2 ชนิดได้แก่ โฮจิฉะ [ Hojicha / ほうじ茶 ] ชาที่ผ่านการคั่วไฟในกระทะจนมีกลิ่นหอม และ เก็นไมฉะ [ Genmaicha / 玄米茶 ] ชาผสมกับข้าวญี่ปุ่นคั่ว

ประเภทถัดมาคือ เกียวคุโระ [ Gyokuro / 玉露 ] เป็นชาที่ดื่มแต่น้ำ จากใบชาระดับพรีเมี่ยม ที่ปลูกสำหรับเพื่อทำ มัจฉะ โดยเฉพาะ ซึ่งในใบชาจะมีกรดอมิโนที่เรียกว่า L-Theanine มากที่สุดในบรรดาชาเขียวญี่ปุ่น

โรงเรือนที่ปลูกจะต้องคลุมด้วยฟางชั้นดี เพื่อกรองแสงแดด และปกป้องชาอันเป็นสุดที่รัก จากน้ำค้าง รวมถึงหิมะ, การเก็บเกี่ยวชา จะต้องทำการในช่วงเวลาก่อนดวงอาทิตย์ขึ้นเท่านั้น เพื่อไม่ให้กรดอมิโนในใบชาลดลง เมื่อเจอความร้อน

สุดท้ายกับสุดยอดชาญี่ปุ่น ที่หลายๆ คนสงสัยว่า อะไรคือ Matcha , มัจฉะ [ 抹茶 ] คือ สิ่งที่ได้จากชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่บดมาจาก Gyokuro ที่เก็บไว้เพื่อใช้ในพิธีการชงชา ตลอดระยะเวลาถึง 6 เดือน ตั้งแต่ เดือนพฤษภาคม จนกระทั่งถึง เดือนพฤศจิกายน

ซึ่งในการบดชาแต่ละครั้ง ในทุกหนึ่งชั่วโมง จะได้ปริมาณ มัจฉะ มาเพียงแค่ 40 กรัม

จึงกลายเป็นชาที่ได้ประโยชน์ถึงที่สุด เพราะได้กินใบที่โดนบดจนละเอียดไปพร้อมกับการดื่มชา

นอกจากนี้มัจฉะเป็นชาที่ไม่ได้ดื่มได้ในวันธรรมดาๆ ในญี่ปุ่น แต่ใช้ในโอกาสพิเศษเพื่อต้อนรับฤดูหนาว ในพิธีการชงชา ที่เรียกว่า ชาโนะยุ [ Chanoyu / 茶の湯 ] หรือ ชาโด [ Sado , Chado / 茶道 ]

โดยพิธีในการชงชานั้นไม่ได้มีไว้เพื่อแก้กระหายน้ำ หรือรับความอบอุ่นจากการดื่มชา แต่แฝงไว้ด้วยแง่คิดและปรัชญาของชาวญี่ปุ่น เพื่อให้เข้าใจและเข้าถึงจิตใจของผู้อื่น และเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ในฐานะของมนุษย์ที่ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน

เคล็ดลับในการชงชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่ไม่ควรมองข้าม คือ อุณหภูมิของน้ำ ควรใช้ที่ 70-80 องศาเซลเซียส เพื่อไม่ให้ความร้อนของน้ำ ไปลด L-Theanine และ ความหอมของใบชา โดยระยะเวลาที่เหมาะในการชงคือ ตั้งแต่ 30 วินาที แต่ไม่เกิน 3 นาที

ไร่ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ที่ บุญรอดฟาร์ม

หากว่าในประเทศไทยมีโรงงานชา ดีๆ สักแห่งก็คงดี เพราะจะทำให้คนไทยเข้าถึง ชาเขียวญี่ปุ่นแท้คุณภาพสูง ได้ง่ายขึ้น

ในบล็อกถัดไปจะพาไปพบกับ Maruzen แบรนด์ ชาเขียวชั้นดี จาก Shizuoka แหล่งผลิตชาเขียวที่ดีที่สุดในโลก

กับการมาตั้ง โรงงานผลิตชาเขียวญี่ปุ่น ในประเทศไทย ที่ส่งชาคุณภาพสูงออกไปขายทั่วโลก โดยใช้วัตถุดิบจากไร่ชาชั้นดี ที่เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยไปสู่ทั่วโลก ที่ชื่อว่า ไร่บุญรอดฟาร์ม

ที่ผมจะพาไปดู การเก็บใบชา ว่า ใบชา จริงๆ แล้วต้องเก็บเวลาไหน แล้วมันเก็บยังไง คุณภาพชาที่ได้ถึงจะดี

พร้อมกับความจริง ที่ทำให้คุณต้องทึ่ง ว่าที่จริงแล้ว ต้นชาเขียว มันคือ ต้นชา ต้นเดียวกับ ชาขาว ชาจีน และชาดำ หรือเปล่า

และภาพต้นชาเขียวญี่ปุ่นแท้สวยๆ ในบล็อกนี้ ก็มาจาก ไร่บุญรอดฟาร์ม เช่นเดียวกัน

… つづく …

maruzen โรงงานชาเขียวญี่ปุ่นแท้

สำหรับผมแล้ว ชาเขียวญี่ปุ่นแท้ ไม่ว่าจะดื่มจากแบบไหน มีกี่แบบเลือกดื่มอย่างไร ที่แน่ๆ ต้องมีสีเขียว และ ไม่ใช่น้ำหวาน ที่ใส่น้ำตาลลงไปผสม ส่วน มัจฉะ หรือ Matcha คืออะไร ที่เป็นสุดยอดชา ที่แฝงด้วยความเป็นญี่ปุ่นที่แท้จริง อยู่ภายในใบชาที่บดละเอียด