ของมันต้องมี !! คนอยาก Custom G-Shock ห้ามพลาด Supersports EXPO 2018

เป็นครั้งแรกที่ Super Sports จับมือกับ TP12 Custom Team จัดงาน Supersports EXPO 2018

งานมหกรรมงานแสดงสินค้ากีฬาและนวัตกรรมสินค้ากีฬาแห่งปี จัดระหว่างวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 – 4 มีนาคม 2561 ณ ฮอลล์ EH 100 Bitec บางนา

เปิดงานโดย โทนี่ มอร์ตัน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด และ สุริยา ตันเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท ซี อาร์ ซี สปอร์ต จำกัด

ซึ่งงานนี้ได้เชิญคุณปิติ ภิรมย์ภักดี เซเลบริตี้และเจ้าของ TP12 Custom Team มาร่วมงานในครั้งนี้ นอกจากจะร่วมงานแล้วยังได้เป็นหนึ่งในสปอนเซอร์จัดงานในครั้งนี้อีกด้วย

อ่านเพิ่มเติม “ของมันต้องมี !! คนอยาก Custom G-Shock ห้ามพลาด Supersports EXPO 2018”

Sjors คือ นักสะสม G-Shock ระดับโลก ที่ตกหลุมรัก กับ ความแข็งแกร่ง ของ นาฬิกาสายยาง

หากเป็น นักสะสม G-Shock ตัวจริง ไม่มีใครที่ไม่รู้จัก Mr. Sjors, ส่วนใครที่ไม่รู้ว่าเขาคือใคร Sjors คือ No.1 World G-Shock Collector Guru ชาวยุโรป อารมณ์ดีสุดๆ ที่สะสม นาฬิกาสายยาง คาสิโอ้ จีช็อค มีอยู่ในครอบครองกว่า 700 เรือน

ผู้เป็น admin ของ เว็บ g-peopleland.com และ เจ้าของ Blog ชื่อดัง 50-gs.blogspot.com รวมถึงเป็น ผู้ดูแลเว็บบอร์ด G Shock ที่ forums.watchuseek.com กับหัวใจของ นักสะสม G Shock ตัวจริง ที่บอกกับทุกคนที่เข้ามาชมนาฬิกาของเขาว่า These G-Shock’s are not for sale!

sjors คือ นักสะสม g-shock ชาวยุโรป

โดยการรีวิว G Shock ในแต่ละเรือนของเขาทำได้สุดติ่งกระดิ่งแมว ตั้งแต่ หน้าปัด ฝาหลัง สายนาฬิกา ยันตะเข็บฝีเย็บของสายนาฬิกาในแต่ละช่วง แม้กระทั่ง น็อต

อาจจะมีใครบางคนอาจจะอยากรู้ว่าชื่อของ Sjors อ่านออกเสียงว่ายังไง ออกเสียงว่า ชอร์จ หรือ จอร์ช [ Sjors, the Dutch name for George ] ซึ่งไม่ได้ออกเสียงว่า สะจอร์ ตามที่ผมเข้าใจผิดมาก่อนหน้านี้

กับความโชคดีของผม และ เพื่อนๆ Blogger ที่ คุณต๊อด ปิติ ภิรมย์ภักดี หรือ Todd Piti ผู้ซึ่งเป็น Thai G-Shock Collector ได้เปิดโอกาสสัมภาษณ์ กับ Sjors [ Sjors Interview in Thailand ] ที่บินตรงมาจาก Netherlands เพื่อมาร่วมงาน GSC Thailand by Todd Piti โดยเฉพาะ

interview-sjors-g-shock-collector

สัมภาษณ์ นักสะสม g shock sjors และ todd piti

การสัมภาษณ์จัดขึ้นแบบเป็นกันเอง และเรียบง่ายสุดๆ ในบ่ายวันเสาร์ ที่ร้าน Sab Bar ทองหล่อ โดยมีคุณต็อด Todd Piti นั่งคู่กับ Sjors พร้อมล่ามสาวสุดน่ารัก ที่โดนโอบล้อมรอบ เต็มไปด้วย เพื่อนๆ Blogger จนแน่นร้าน

sab-bar-no-1-sport-bar-in-thailand

sab-bar-sport-bar-in-thong-lor

ซึ่งถ้าใครอยากจะหาร้าน Sport Bar น่านั่ง มาที่ร้านนี้ไม่มีผิดหวัง หากอยากสั่ง ส้มตำ ข้าวเหนียว ไก่ย่าง คอหมูย่าง ลาบ น้ำตก แถมด้วยนั่งซดเบียร์สด พร้อมดูกีฬานัดสำคัญในบรรยากาศดีๆ กับแอร์เย็นฉ่ำ ที่ใจกลางทองหล่อ

– ที่มาของ G-Shock เรือนแรก ที่เข้ามาในชีวิต ของ Sjors –

Mr. Sjors ได้เล่าว่า ก่อนหน้านั้นได้ใช้นาฬิกายี่ห้อ Timex ที่ซื้อมาประมาณ 4ปี, จากงานที่ทำ คือทำงานออกแนวค่อนข้างลุยๆ ทำให้นาฬิกาที่ใส่อยู่โดนน้ำบ้าง และที่สำคัญบางครั้งไม่ระวังไปขูดกับอะไรบางอย่างทำให้เกิดรอยบนหน้าปัดนาฬิกา ซึ่งใช้งานมาได้เพียงแค่ 2 วัน และตัวเขาเองก็คนคนที่รักนาฬิกาเอามากๆ ไม่ชอบให้นาฬิกาที่รักมากเกิดเป็นรอย

จึงตัดสินใจเป็นพ่อบ้านใจกล้า หันมาใช้ G-Shock [ ที่เล็งมานานตั้งแต่ Timex เป็นรอย จนกระทั่งรอถ่านหมด ] เพราะมีคุณสมบัติ ที่ต้องการ คือ หน้าปัดค่อนข้างทนจากการขูด และมีคุณสมบัติในการกันน้ำ เป็นหนึ่งคุณสมบัติใน Triple 10 [ รองรับแรงกระแทก จากการตกสูงถึง 10 เมตร รับแรงดันของน้ำได้ 10 บาร์ และ แบตเตอรี่ใช้งานได้ถึง 10 ปี ] ซึ่งเป็น Product Concept และ จุดเด่น ของ G-Shock ที่ทุกคนได้สัมผัสต้องร้องว้าวกันทุกคน

โดยเรือนแรกที่ซื้อเป็นรุ่น DW-004 สีแดง สายหนัง ในเดือน มิถุนายน ปี 2000 ที่ร้าน G-Shock ใน Germany ในราคาประมาณ 20 Euro ซึ่งในสมัยนั้นถือว่าเป็นนาฬิกาที่มีคุณภาพที่ดีมากๆ สวนกับราคาที่ถูก แต่ก็คุ้มค่ากับการที่ต้องแลกกับการเดินทางไกลมาถึงเยอรมนีเพื่อซื้อ G Shock

[ และ DW-004 คือ G Shock เรือนแรกของคุณต๊อด ถ้าใครมีรุ่นนี้ แต่เป็น สีฟ้า และเป็นสายผ้า บอกคุณ ต็อด Todd Piti ได้เลย เพราะกำลังตามหาเพื่อเติมเต็มความทรงจำในวัยเด็ก ]

ในตอนนั้น ที่ในเยอรมนี G Shock ยังไม่เป็นที่นิยมในการสะสมของคนเยอรมัน เพราะว่า ราคามันถูก และเห็นเป็นเรื่องที่ตลกถ้าจะมีใครสักคนใส่ G-Shock เดินตามถนน แต่เพราะความรักใน G Shock ที่สะสม เพิ่มมาเรื่อยๆ จนทำให้ Sjors คือ ผู้ทำให้ความนิยมของ นาฬิกาจีช็อค ได้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนสาขาหลักใน Germany ต้องมาเปิด สาขาย่อยใน Netherlands เพื่อ Sjors และ เพื่อนๆ นักสะสม G-Shock ชาวเนเธอร์แลนด์ ไม่ต้องเดินทางไกลเพื่อมาสะสมในสิ่งที่พวกเขารัก

– การเปลี่ยนแปลงของ G-Shock ในมุมมองของ Sjors ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาในการสะสม –

ในช่วงประมาณปี 1997 ถึง 1998 G Shock ค่อนข้างได้รับความนิยมมากใน Germany และต่อมามีมาเปิดสาขาย่อยใน Netherlands เพราะเนื่องจากนักท่องเที่ยวจากเยอรมนี ก็ชอบมาซื้อ G-Shock จากที่นี่ แต่พอถึงปี 2000 เริ่มลดความนิยมลง จากที่ Sjors สังเกตุว่า จีช็อค ในช่วง ปี่ 2000 ถึง 2005 เทรนด์ของตัวเรือนจะทำออกมาในขนาดที่เล็กลง ซึ่งคนที่ชอบใส่นาฬิกาเรือนใหญ่จะไม่ชอบ จนกระทั่งในปลายปี 2005 ได้มี Frogman ผลิตโดย Mr. Kenny จากประเทศอเมริกา และได้กลายเป็นที่นิยมของ ศิลปิน Hiphop จึงทำให้ผู้คนได้เห็นว่าการใส่ G Shock ที่ยิ่งมีตัวเรือนใหญ่ ก็จะยิ่งเท่มาก

– ความแตกต่างในการสะสม G-Shock ระหว่างนักสะสมชาวยุโรป กับ นักสะสมชาวเอเชีย ในความรู้สึกของ Sjors –

ในยุโรปมีนักสะสมมีค่อนข้างน้อย ถ้าเทียบ นักสะสมฝั่งอเมริกา กับ นักสะสมฝั่งเอเชีย โดยฝั่งอเมริกานิยมสีที่เป็นแนว สีขาว สีดำ เป็นหลัก ซึ่งต่างกับฝั่งเอเชียที่นิยมสะสมเน้นสีสัน สีแดง สีฟ้า สีเหลือง หรือ สีต่างๆ โดยตัวของ Sjors คือ นักสะสมชาวยุโรปที่มีหัวใจของความเป็นเอเชีย ที่ชอบสีออกแนวฉูดฉาด และมีสีสัน โดยส่วนตัวชอบทุกสี ยกเว้น สีฟ้า ที่ไม่ชอบ เพราะ ไม่ชอบกางเกงยีนส์ แต่ก็มียกเว้นรุ่นที่เป็นคาแร็คเตอร์ตัวการ์ตูนอย่าง Smurf

– มุมมองของ Sjors ต่อ G-Shock Custom ของ Todd Piti –

custom-g-shock-collector-thailand-by-todd-piti

interview-sjors-with-custom-g-shock

ผมรู้สึกชอบมาก กับ Custom G-Shock เพราะเราเองอาจจะมีนาฬิกาที่บ่งบอกถึงตัวเรา คาแร็คเตอร์ของเรา แต่ความเป็น Custom มันมีความหมายที่มากกว่าความเป็นตัวเรา เพราะมันบ่งบอกถึงที่มาของนาฬิกาเรือนนั้น และมันก็แพงมาก แต่เราก็ยอมจ่ายเพื่อให้ได้มันมา ก็เหมือนกับนาฬิกาเรือนที่อยู่บนข้อมือในตอนนี้ ถึงแม้ว่ามันจะมีสีดำ แต่มันก็มีโลโก้ของสิงห์ และที่สำคัญมีแค่ 12 เรือนบนโลกใบนี้ และก็ยังมีอีกชุดที่ผมชอบคือ G-Shock Collector Thailand ที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ที่จะเปิดตัวในงาน GSC Thailand by Todd Piti ค่ำนี้ ผมรักเลยนะ

g-shock-sjors-in-thailand

– ให้คุณเล่าเรื่อง G-Shock ในประเทศไทย ให้กับแฟนๆ ที่ติดตามคุณ คุณจะเล่าอะไรบ้าง ? –

เวลาที่ได้มาเยือนประเทศไทย ก็จะบอกกับเพื่อนๆ ที่เนเธอร์แลนด์ ว่ารู้สึกอบอุ่นเหมือนเวลาไปประเทศญี่ปุ่น รู้สึกดีมากที่ไทยมีสังคมที่ชอบ G Shock เหมือนกัน ใช้ภาษาเดียวกันในการสื่อสาร คือ ภาษา G-Shock และ ได้เห็นคนไทยใส่เรือนที่ชอบ รู้สึกมองแล้วสบายใจ และมีความสุขที่ได้มาเห็นคนที่ชอบสิ่งที่เหมือนๆ กัน

และปิดด้วย คำถามเด็ด ที่ทำให้ Sjors คิดค่อนข้างนานกว่าคำถามอื่นๆ ซึ่งใช้เวลาคิดก่อนตอบคำถามประมาณหนึ่งนาทีครึ่ง ที่ผมดัน เผือกกวน ไปถามแบบตั้งใจโคตรๆ ผมคิดว่าคงไม่มีใครบนโลกใบนี้ไปถาม และผมคือคนที่ถามคนแรกอย่างแน่นอน

– ถ้าให้ Sjors กลายร่างเป็น G-Shock, เรือนที่คุณอยากเป็น คือรุ่นไหน –

ขอเป็น G-Shock Man ของรุ่น DW6900 เพราะดูเหมือนว่ามันมีดวงตาที่จ้องมองทุกสิ่งบนโลกอย่างสดใสอยู่ตลอดเวลา และที่สำคัญ ต้องมีสีชมพู

ก่อนจากขอแถมด้วยสิ่งที่ Sjors อยากบอกกับแฟนๆ นักสะสม G-Shock ชาวไทยได้รู้ ก่อนจะไปร่วมงานในช่วงค่ำ เพื่อพบกับนักสะสมชาวไทย ใน Sjors in GSC Thailand by Todd Piti ค่ำนี้ คือ ซื้อเรือนที่เป็นของแท้ ซื้อเฉพาะที่ชอบจริงๆ อย่าไปซื้อตามคนอื่น ที่สำคัญมีเงินอย่างเดียวไม่ได้ต้องมีใจรักด้วย

interview-นักสะสม-g-shock-คือ-sjors-singha-beer

หลังจากสัมภาษณ์เสร็จ Sjors ก็สั่งเบียร์สดตราสิงห์แก้วใหญ่ ดื่มดับกระหายจากการที่ให้สัมภาษณ์ประมาณหนึ่งชั่วโมง และบอกว่า รักเบียร์แก้วนี้มาก เท่ากับ ที่เขารัก G-Shock อีกด้วย

จากการได้สัมภาษณ์ และสัมผัส กับหัวใจของ นักสะสม G-Shock ระดับโลก อารมณ์ดี ชาว Netherlands คนนี้ สำหรับผม Sjors คือ G Shock Collector ที่สะสมในสิ่งที่เขาชอบแล้วสะท้อนออกมาด้วยอารมณ์ที่สดใสตาม G Shock สีสดใสที่เขาสะสม และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ สะสมสิ่งที่ตัวเองรักด้วยใจ ไม่ใช่ด้วยที่มูลค่า ซึ่งเหมือนกับ Todd Piti Thai G Shock Collector ที่สะสมของที่รักด้วยใจเหมือนกัน